เหตุผลดี ๆ ที่คนทำงานที่บ้านอยากบอก

เหตุผลดี ๆ ที่คนทำงานที่บ้านอยากบอก

เหตุผลดี ๆ ที่คนทำงานที่บ้านอยากบอก

สมัยนี้ใคร ๆ ก็นิยมทำงานที่บ้านมากขึ้น ทั้งงานเสริมเพื่อหารายได้และงานประจำที่หลายคนคิดว่าอยากปรับเปลี่ยนมาทำงานที่บ้านดู มาดูกันว่า 9 ข้อดีของการทำงานที่บ้าน มีข้อไหนตรงใจคุณบ้าง

9 ข้อดีของการทำงานที่บ้าน

1. ประหยัดสตางค์ค่าเดินทาง

ปฏิเสธไม่ได้ว่า ก้าวเท้าออกจากบ้าน ก็เป็นอันต้องจ่ายเงินแล้วตั้งแต่ค่าน้ำมัน ค่าแก๊ส ค่าทางด่วน ค่าที่จอดรถ ยังไม่รวมค่ากินอยู่อื่น ๆ หากทำงานที่บ้านจะ save รายจ่ายส่วนนี้ได้มาก

2. ทำงานได้ปริมาณมากขึ้น

เพราะการไม่ต้องเดินทางหลายชั่วโมงบนท้องถนน คุณสามารถเอาเวลานั้นมานั่งทำงาน เพิ่มรายได้ได้ดีกว่า

3. ทำงานบ้านได้พร้อมกัน

คนที่ทำงานที่บ้านจะสามารถบริหารจัดการเวลาในการดูแลงานบ้านและให้เวลากับสมาชิกในครอบครัวได้มากขึ้น จึงเหมาะกับคนที่เป็นครอบครัวใหญ่ มีลูกเล็ก มีผู้สูงวัยที่ต้องการการดูแลอย่างยิ่ง

4. สัตว์เลี้ยงก็ยิ้มได้

นอกจากคนในครอบครัวจะได้มีเวลากับคุณมากขึ้น สัตว์เลี้ยง เช่น สุนัข แมว ก็พลอยมีความสุข เพราะเจ้านายมีเวลาเล่นกับพวกเขามากขึ้น ทำให้สัตว์ร่าเริง ไม่ป่วยง่าย และไม่หงอยเหงา

5. ลดความเครียด

ทั้งการต้องตื่นแต่เช้าเพื่อรีบหนีช่วงเวลารถติด และการต้องรีบกลับบ้านตอนเย็นเพื่อมาทำกิจธุระที่บ้าน ปัญหาเหล่านี้จะหมดไปถ้าเลือกทำงานที่บ้านแทน

6. มีสมาธิมากขึ้น

เพราะคุณจะไม่มีใครมาชวนเม้าท์ หรือมีปัญหาจุกจิกที่หันเหความสนใจของคุณจากงานตรงหน้า ทำให้คุณจดจ่อกับงานได้ดีขึ้นมาก

7. มีเวลาออกกำลังกาย

การไม่ต้องเดินทางไปไหนไกล ทำให้คุณจัดสรรเวลาเพื่อการ exercise ได้ดีขึ้น จะจ็อกกิ้ง เล่นโยคะ ว่ายน้ำ คุณก็ทำได้อย่างสบาย ไร้ปัญหาคำว่า “ไม่มีเวลา”

8. มีรายได้รวมมากขึ้น

จากรายจ่ายในการเดินทางที่ลดลงไป ทำให้โดยรวมแล้ว คุณจะเหลือรายได้สำหรับเก็บออมมากขึ้น หลายคนที่เช่าห้องอยู่ใกล้ที่ทำงาน ต้องเสียค่าใช้จ่ายหลายต่อเดือนจะทราบถึงปัญหานี้ดี

9. มีรายได้หลายทาง

เพราะคุณสามารถเล่นหุ้น พร้อมกับการทำงานเอกสารที่ต้องทำประจำอยู่แล้ว และขณะเดียวกันยังหาความรู้เพิ่มเติมสำหรับอาชีพเสริมอื่น ๆ อีก

9 ข้อดีของการทำงานที่บ้าน

หลายคนตัดสินใจทำงานที่บ้านด้วยเหตุผลทั้ง 9 ข้อนี้ อย่างไรก็ดี ควรพิจารณาว่าสิ่งที่คุณต้องการนั้น (ไม่ว่าจะเป็นรายได้ ความมั่นคง การเติบโตหรือก้าวหน้าในอาชีพ และความสัมพันธ์กับเพื่อน ๆ และคนในครอบครัว) การทำงานที่บ้านสามารถตอบโจทย์ได้เพียงใด ก่อนตัดสินใจเปลี่ยนที่ทำงาน

แนะ 5 เคล็ดลับ ช่วยให้คุณทำงานได้อย่างมีความสุขมากขึ้น

เคล็ดลับทำงานให้มีความสุข

มนุษย์เงินเดือนจำนวนมาก เกิดอาการเบื่อหน่ายงานที่กำลังทำอยู่ และต้องอดทนกับการเผชิญหน้ากับปัญหาที่มีเข้ามาให้แก้ไขอย่างมากมาย จนลืมไปแล้วว่าการทำงานอย่างมีความสุขนั้นเป็นอย่างไร วันนี้เราจึงขอนำเคล็ดลับมาแชร์ เพื่อให้คุณสามารถกลับมาทำงานได้อย่างมีความสุขมากขึ้น

1.หาแรงบันดาลใจ

การทำงานอย่างไม่มีเป้าหมายหรือไม่มีแรงบันดาลใจ มันช่างเป็นเรื่องที่แสนน่าเบื่อและไร้พลัง หากต้องการที่จะมีความสุขกับการทำงาน ก่อนอื่นเราควรสร้างแรงบันดาลใจ หรือค้นหาแรงบันดาลใจที่จะช่วยให้การทำงานของเราสนุกมากขึ้นเสียก่อน ไม่ว่าแรงบันดาลใจนั้นจะอยู่ในที่ทำงานหรือไม่ก็ตาม เพราะหลายคนอาจมีครอบครัวเป็นแรงบันดาลใจ หลายคนอาจใช้งานอดิเรกเป็นแรงบันดาลใจ เช่น การเร่งทำงานเก็บเงินเพื่อไปเที่ยวในทริปต่อไป หรือเพื่อนำไปซื้ออุปกรณ์ถ่ายภาพที่ต้องการ แบบนี้ก็ได้เช่นเดียวกัน

2.พัฒนาตัวเองอยู่เสมอ

การเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ คือการกระตุ้นสมองและร่างกายให้ตื่นตัวได้เป็นอย่างดี การศึกษาเพื่อพัฒนาตัวเอง ทำได้หลายอย่าง ตัวอย่างง่ายที่สุด คือ การเรียนภาษาต่างประเทศเพิ่ม หรืออาจจะเป็นการเรียนทำอาหาร เรียนทำขนม หรือแม้กระทั่งติวเพื่อสอบในสนามสักแห่ง เพื่อพัฒนาต่อยอดการทำงานให้ได้รายได้มากขึ้น หรือเพื่อย้ายไปทำงานในที่ที่ดีกว่า โดยเฉพาะความรู้ที่เกี่ยวกับงาน ยกตัวอย่าง อาชีพเราเป็นคนให้ทีเด็ดบอลวันนี้ที่ต้องแม่นยำเพื่อให้ผู้เข้าชมเว็บตามทีเด็ดแล้วไม่ผิดหวัง สิ่งที่ผู้แจกทีเด็ดต้องทำคือ เสาะหาสูตรวิเคราะห์บอลให้แม่นขึ้นเรื่อยๆ เพื่อตอบโจทย์คนเข้าชมเว็บ เมื่อไหร่ก็ตามที่แม่นมากจนคนติด เราจะมีความสุขในอาชีพของเรา ตรงข้ามคือถ้าให้ทีเด็ดแล้วพลาดบ่อย เราเองอาจถอดใจเปลี่ยนเส้นทางหาเงินก็เป็นได้

3.สร้างความสัมพันธ์ที่ดี

การสร้างบรรยากาศและความสัมพันธ์ที่ดีในที่ทำงาน ถือเป็นเคล็ดลับสำคัญในการทำงานร่วมกัน ความสัมพันธ์ยิ่งดี งานก็ยิ่งราบรื่นและยิ่งทำให้บรรยากาศในที่ทำงานดีขึ้น สามารถทำงานได้อย่างสบายใจ ไม่ต้องกังวลเรื่องการเมืองภายในที่คุกรุ่น

4.แบ่งเวลาให้กับตัวเองบ้าง

หน้าที่การงานบางอย่าง ต้องทุ่มเทเวลาอย่างมาก แต่อย่างไรก็ตาม คุณควรที่จะแบ่งเวลาไว้ให้กับตนเองและครอบครัวอยู่เสมอ เพราะการที่คุณได้มีเวลาส่วนตัวเป็นของตัวเอง และได้ใช้เวลากับครอบครัวนั้น คือการเติมพลังให้กับตัวเองที่ดีมาก ๆ เลยทีเดียว

5.ออกกำลังกายอยู่เสมอ

การออกกำลังกาย ไม่ได้ช่วยให้ร่างกายแข็งแรงเพียงอย่างเดียว แต่ยังช่วยให้สมองได้ผ่อนคลายจากความเครียด เพิ่มออกซิเจนให้กับร่างกาย เลือดสามารถไหลเวียนไปเลี้ยงสมองได้มากขึ้น ร่างกายดี สมองดี คิดไอเดียดี ๆ ออกมาได้ง่ายกว่าเดิม และมีสุขภาพจิตที่ดีขึ้นอย่างแน่นอน

เคล็ดลับทั้งหมดนี้ เหมาะอย่างยิ่งกับคนวัยทำงานและมนุษย์เงินเดือนทั้งหลายเช่นกัน รวมทั้งกลุ่มคนเป็นฟรีแลนซ์ หากหยิบไปใช้กันได้ก็จะเกิดผลดีขึ้นกับสุขภาพร่างกายและสุขภาพจิตของคุณอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่ไม่มีความสุขในการทำงานอย่างแสนสาหัส ตัดสินใจว่าจะลาออกอย่างแน่นอน ทางที่ดีที่สุดก็ควรหางานที่ใหม่รองรับไว้ ก่อนที่จะลาออกมาจากที่เก่า เพราะการลาออกมาโดยไม่แผนรองรับ อาจเครียดหนักกว่าการอดทนทำงานต่อก็เป็นได้

สนุกไปกับงานที่ได้ทำ

วิธีสร้างแรงจูงใจในการทำงานที่บ้าน

วิธีสร้างแรงจูงใจในการทำงานที่บ้าน

วิธีสร้างแรงจูงใจในการทำงานที่บ้าน

คุณมองหางานออฟฟิศทำหรืออยู่หรือเปล่า ถ้าไม่ใช่ การทำงานที่บ้านเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจในยุคนี้เพราะการเดินทางสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายมากจริงๆ อีกทั้งมื้อกลางวันในเมืองก็มีค่าใช้จ่ายสูงด้วย การทำงานอิสระเป็นสิ่งที่น่าวิตกสำหรับคนที่ยังไม่คุ้นเคย เว้นแต่จะเคยทำงานนอกเวลามาแล้วจะเข้าใจดีว่าการทำงานที่บ้านให้อิสระและมีความยืดหยุ่นมากขนาดไหน ปัญหาจะเกิดก็ตรงที่ไม่สามารถควบคุมตนเองให้มีสมาธิในการทำงาน เสียเวลาไปกับสิ่งต่างๆ รอบตัว ทำให้งานเสร็จไม่ทันกำหนดหรือด้อยคุณภาพกลายเป็นคนขาดความรับผิดชอบ การสร้างแรงจูงใจในการทำงานจึงเป็นเรื่องสำคัญเพื่อให้มีเวลาทำงานเป็นส่วนตัวแยกออกจากชีวิตประจำวัน ทำงานสำเร็จทันเวลาและมีประสิทธิภาพ ต่อไปนี้เป็นเคล็ดลับกระตุ้นให้เกิดความตั้งใจทำงาน 6 วิธีด้วยกัน

เทคนิคกระตุ้นความตั้งใจทำงาน

1.ตื่นเช้า

ถ้าคุณไม่ได้ทำงานออฟฟิศ อาจเป็นเรื่องยากที่จะลุกตื่นแต่เช้าเพื่อลงมือทำงานทันเวลาที่กำหนด แต่การตื่นเช้าเป็นนิสัยที่ดีและเป็นประโยชน์ สังเกตได้ว่าผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จมักจะตื่นแต่เช้า มีโอกาสเริ่มต้นในวันใหม่ก่อนใคร เหมือนคำสุภาษิตที่ว่านกตัวที่ตื่นเช้าจะจับหนอนได้ก่อนใคร ถึงจะไม่ต้องรีบร้อนแต่งตัวออกจากบ้าน การตื่นเช้าทำให้มีเวลาออกกำลังกาย ตอบอีเมล์และวางแผนงานที่ต้องทำตลอดวัน

2.วางแผนงานให้เป็นกิจวัตร

ความสำเร็จเป็นรางวัลชีวิต การทำงานที่บ้านอาจดูเหมือนมีอิสระเต็มที่ ไม่ต้องนั่งติดโต๊ะทำงานตลอดเวลา แต่ไม่ว่าจะทำงานอยู่ที่ไหน คุณต้องตั้งเป้าหมายการทำงานและวางแผนชีวิตแต่ละวัน เช่น ตื่นเช้าไปวิ่ง ตอบอีเมล์และเข้าสู่โหมดการทำงาน บริหารเวลาอย่างมีประสิทธิภาพจะเห็นผลลัพธ์ที่เป็นบวก ส่งเสริมประสิทธิภาพโดยรวม แน่ใจว่าจะรักษาระเบียบวินัยและแรงจูงใจในการทำงานเป็นกิจวัตร

3.แต่งตัวเพื่อความสำเร็จ

คนทำงานที่บ้านมักจะสวมชุดนอนเสมอ เป็นข้อเสียที่อาจทำให้เสียจรรยาบรรณในการทำงาน ไม่จำเป็นต้องสวมสูทและผูกเน็คไท เพียงแต่แต่งตัวเรียบร้อยเพื่อสร้างแรงบันดาลใจกระตุ้นความรู้สึกว่าเป็นมืออาชีพยิ่งขึ้น เพิ่มความมั่นใจให้ตัวเองและมีแนวโน้มที่จะทำงานดีขึ้น แม้ว่าจะทำงานคนเดียวตลอดทั้งวันโดยไม่ได้เห็นเพื่อนร่วมงานก็ตาม

4.จัดระเบียบที่ทำงาน

หลายคนไม่ตระหนักถึงข้อนี้มาก่อน โต๊ะทำงานที่ยุ่งเหยิงไม่เป็นระเบียบทำให้เสียเวลาค้นหาไฟล์หรือสิ่งที่ต้องการใช้ ทำให้เสียเวลา หงุดหงิด เสียสมาธิ สมองตื้อคิดอะไรไม่ออก ลดประสิทธิภาพการทำงาน ลองคำนวณผลลัพธ์เป็นเดือนเป็นปีดูว่าเสียเวลาไปเท่าไร การจัดทุกสิ่งเป็นระเบียบทำให้สมาธิไขว้เขวน้อยที่สุดในแต่ละวัน เพียงแค่จัดโต๊ะทำงาน เก็บไฟล์เป็นหมวดหมู่ในคอมพิวเตอร์หรือแล็ปท็อปให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ คุณจะพบว่าชีวิตง่ายขึ้นมาก

เทคนิคกระตุ้นความตั้งใจทำงาน

5.อดทนต่อสิ่งรบกวน

เมื่อรู้สึกงานน่าเบื่อ หลายคนคลิกไปดู Facebook อ่านบล็อกหรือเล่นโซเชียลมีเดีย พยายามตั้งสมาธิและอดทนต่อสิ่งรบกวน แม้แต่การรับโทรศัพท์มือถือก็ทำให้ใจไม่จดจ่ออยู่กับงานที่กำลังทำ ควรวางโทรศัพท์ห่างจากตัวหรือปิดเสียงริงโทน ปิดโปรแกรมแชทในคอมพิวเตอร์เพื่อโฟกัสอยู่ที่งาน อาจหยุดทำงานเพื่อตรวจเช็คสื่อสังคมออนไลน์ทุกๆ สองสามชั่วโมง

6.หยุดพักบ้าง

เมื่อคุณสังเกตเห็นว่าคุณกำลังคิดไม่ออกหรือทำงานช้าลง ควรหยุดพักให้แน่ใจว่าพักผ่อนสมองและสายตาเพียงพอ ก่อนที่จะกลับมาทำงานต่อ ตั้งโฟกัสให้ดีเพื่อที่จะผลิตงานที่ดีที่สุดออกมาอย่างต่อเนื่อง

ทำงานที่บ้าน โอกาสดีกว่า ชีวิตดีขึ้น

ทำงานที่บ้าน โอกาสดีกว่า ชีวิตดีขึ้น

การทำงานจากที่บ้านให้ความยืดหยุ่นอิสระ แม้กระทั่งช่วยประหยัดเงินได้ ไม่ว่าจะเป็นค่าเดินทาง หรืออาหารนอกบ้าน อีกทั้งรายได้ที่ได้จากการทำงานที่บ้านก็มากอย่างไม่น่าเชื่อ ทุกวันนี้แม้แต่บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านอีคอมเมิร์ซอย่าง Amazon ยังเปิดรับสมัครคนที่เต็มใจทำงานจากที่บ้าน ทุกวันนี้คนทำงานไม่ต้องไปออฟฟิศทุกวันอีกแล้ว องค์กรใหญ่หลายแห่งปรับโครงสร้างแรงงานใหม่ มีโอกาสทำงานจากระยะไกลหรือทำงานจากที่บ้านมากขึ้น นับเป็นข่าวดีสำหรับผู้ที่มีทักษะและประสบการณ์ คนรุ่นใหม่ทำงานที่บ้านได้ดีกว่าที่ออฟฟิศ

คนกลุ่มนี้โดยเฉลี่ยมีวุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรี มีรายได้มากกว่าเงินเดือนของพนักงานออฟฟิศทั่วไปด้วย เพราะองค์กรต่าง ๆ นิยมจ้างผู้เชี่ยวชาญอิสระซึ่งได้รับค่าจ้างแพง พบว่าหลายอาชีพที่ทำงานในลักษณะนี้ได้ ความหลากหลายของบริษัทธุรกิจกำลังเปลี่ยนไปสู่รูปแบบการสื่อสารและทำงานจากระยะไกลและกระจายไปสู่คนทำงานอิสระในหลายอุตสาหกรรม ซึ่งสามารถปรับตัวได้ง่าย เช่น คอมพิวเตอร์และไอที , การดูแลสุขภาพ , การเงิน , การศึกษา , การขาย

ทำงานจากที่บ้าน ช่วยประหยัดเงินในระยะยาว

ทำงานจากที่บ้าน ช่วยประหยัดเงินในระยะยาว

ทั้งเจ้าของธุรกิจ ผู้จัดการและพนักงานด้วย นึกถึงข้อเท็จจริงที่ว่าพนักงานไม่จำเป็นต้องเดินทางไปทำงานโดยใช้รถยนต์หรือระบบขนส่งสาธารณะ ประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทางได้แน่นอน อีกหนึ่งข้อดีคือปัจจัยด้านต้นทุน ไม่ต้องมีพื้นที่ออฟฟิศ บริษัทที่เพิ่งเริ่มต้นกิจการจำนวนมากจะได้รับประโยชน์จากการว่าจ้างพนักงานอิสระ ส่วนพนักงานจะพอใจชั่วโมงการทำงานที่มีความยืดหยุ่น ทุกคนมีเวลาที่สมองทำงานต่างกัน บางคนชอบทำงานตอนเช้า บางคนทำงานได้ดีตอนกลางคืน นี่คือเหตุผลที่การให้พนักงานมีอิสระในการเลือกชั่วโมงทำงานช่วยให้บริษัทต่าง ๆ มีผลงานมากขึ้นและเติบโตก้าวหน้า

จากมุมมองของพนักงานที่มีตารางเวลาทำงานยืดหยุ่นช่วยให้พวกเขาวางแผนใช้ชีวิตแต่ละวันได้อย่างเหมาะสม นอกจากนี้ยังช่วยให้ปรับตัวกับตารางเวลาของครอบครัวและปรับปรุงความสัมพันธ์ส่วนตัวได้ดีขึ้น การทำงานในออฟฟิศอาจมีปัญหากับเพื่อนร่วมงานที่ชอบส่งเสียงดัง เสียสมาธิ เกิดกระทบกระทั่งกันบ้าง หากมีพื้นที่ส่วนตัวทำงานที่เงียบสงบภายในบ้านเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า ความสะดวกสบายทำให้พนักงานจำนวนมากจะปลดปล่อยศักยภาพอย่างเต็มที่ ความรู้สึกของการอยู่ที่บ้านมักจะลดระดับความเครียด ไม่ต้องมีเจ้านายมาคอยกดดัน สามารถหลีกเลี่ยงเพื่อนร่วมงานที่น่ารำคาญตลอดเวลา ความเครียดในที่ทำงานกลายเป็นอุปสรรคสำคัญทำให้ทำงานได้ไม่เต็มที่ เมื่ออยู่บ้านและรู้สึกสบายใจกับสภาพการทำงาน สามารถควบคุมตารางเวลาได้ดีกว่า ก็จะมุ่งความสนใจไปที่การทำงานอย่างจริงจังและเพิ่มผลผลิต

กระแสนิยมทำงานจากที่บ้านแพร่ขยายไปทั่วโลก อังกฤษเป็นอีกประเทศหนึ่งที่ประชากรมากกว่า 4.2 ล้านคน ละทิ้งงานออฟฟิศมาทำงานที่บ้านกัน หมายความว่าปีนี้แรงงานในประเทศอังกฤษ 13.7% พอใจสภาพแวดล้อมการทำงานที่เสรีมากขึ้น การทำงานจากที่บ้านไม่ได้หมายความว่าต้องถูกลดค่าจ้างด้วย ยิ่งเป็นแรงงานมีคุณภาพ มีทักษะความสามารถสูง ยิ่งเป็นที่ต้องการในตลาดงาน มีโอกาสที่จะทำงานจากที่บ้านได้ดียิ่งขึ้นเท่านั้น

กลยุทธิ์ทำงานที่บ้าน ทำอย่างไรให้รวย

กลยุทธิ์ทำงานที่บ้าน

ทำไมคุณถึงทำงานจากที่บ้าน หากคุณต้องการประสบความสำเร็จในฐานะเจ้าของธุรกิจหรือทำงานอิสระ คุณเลือกทำงานจากที่บ้านได้ สลัดตัวเองให้หลุดจากกรอบมนุษย์เงินเดือนธรรมดา ละทิ้งการทำงานแบบเดิม ก้าวออกจากสำนักงานหรือโรงงานออกมายืนด้วยลำแข้งของตัวเองได้แล้ว ลองมองดูสถิติในสหรัฐอเมริกา คุณจะพบความจริงว่าชาวอเมริกันจำนวนมากโดยเฉพาะผู้หญิง กำลังผันตัวเป็นผู้ประกอบการในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ธุรกิจที่สตรีเป็นเจ้าของเพิ่มมากขึ้น หลายแห่งผู้หญิงทำงานที่บ้านหรือเริ่มต้นธุรกิจที่บ้านก่อนที่จะย้ายไปตั้งสำนักงาน แนวโน้มผู้หญิงทำงานอิสระยังคงเพิ่มขึ้นในประเทศอื่นทั่วโลก

หลายอาชีพทำงานจากที่บ้านได้ การจราจรติดขัดนานนับชั่วโมงจะเหลือแค่เดินไม่กี่ก้าวในเวลาไม่ถึง 5 นาทีจากห้องนอนไปห้องทำงาน การบริหารจัดการเวลามีประสิทธิภาพมาก เพิ่มเวลาทำงานในแต่ละวัน ลดงบประมาณค่าเสื้อผ้าชุดสวย เตรียมอาหารกลางวันไว้ในห้องครัวของตัวเอง ประหยัดค่าใช้จ่ายและส่งผลดีต่อสุขภาพ เท่านี้ก็ออมเงินได้มากโขแล้ว

การทำงานจากที่บ้านเกิดประโยชน์หลายด้าน แต่ก็อาจมีข้อผิดพลาดด้วย มีใครเคยบอกหรือไม่ว่าจะประสบความสำเร็จในการทำงานจากที่บ้านได้ “คุณต้องมีวินัย” เรื่องนี้สำคัญ คนทำงานที่บ้านจะพบกับการรบกวนหลายรูปแบบ ควรให้ความสำคัญกับงานที่อยู่ในมือ ทำให้เสร็จเรียบร้อยก่อนออกไปเก็บของเล่น ล้างจานชาม ซักผ้าสกปรก ต้องแบ่งตารางเวลาชัดเจนแล้วทำไปตามลำดับความสำคัญ

ชีวิตแม่บ้านทำหน้าที่สารพัด แต่วันหนึ่งมีเพียง 24 ชั่วโมงเท่านั้น กำหนดตารางเวลาล่วงหน้าแล้ว อาจจะยืดหยุ่นได้บ้าง แต่ต้องมีชั่วโมงที่เป็น “เวลาทำการ” จะแบ่งช่วงไหนก็แล้วแต่ความสะดวก คุณอาจจะทำงานตอนกลางคืนบ้างก็ได้ งานธุรกิจขายและบริการลูกค้าบางส่วนทำงานได้ตลอดเวลา เช่น แพ็คของเตรียมส่งไปรษณีย์ งานบัญชี สิ่งสำคัญคือต้องเสร็จตรงเวลา การตื่นเช้าสัมผัสกับแสงอาทิตย์อ่อนๆ จะช่วยเติมพลังให้ตลอดทั้งวัน ออกกำลังกายเดินเร็วหรือวิ่งเหยาะๆ อาบน้ำ กินอาหารเช้า แต่งตัวดีเหมือนคุณกำลังจะไปทำงานที่บริษัท บางคนคิดว่าไม่จำเป็น แต่เชื่อได้เลยว่าถ้าทำงานในชุดนอนไม่เป็นผลดี ขาดแรงจูงใจที่จะทำงาน ถึงแม้บางคนจะบอกว่ามันเป็นการผ่อนคลายจิตใจ แต่จะสบายมากเกินไปจนทำให้ความสนใจในผลงานลดน้อยลง

งานบ้านไม่ควรมองข้าม

สำหรับงานบ้านอย่าได้ละเลยอย่างเด็ดขาด แต่ควรทำงานให้เสร็จเรียบร้อยก่อนจะทำความสะอาด , จัดเก็บของใช้ในครัวเรือน , ล้างห้องน้ำหรือซักเสื้อผ้า ต้องจัดสรรเวลาก่อนหรือหลังเวลาทำการให้ชัดเจน ถ้าไม่แบ่งเวลาอย่างเหมาะสมแล้ว จะทำให้เสียเวลาหรือสมาธิไขว้เขวออกจากงานที่ทำ ควรจัดเตรียมพื้นที่เฉพาะหรือมีห้องทำงานเป็นสัดส่วน เข้าไปแล้วรวบรวมสติและ สร้างสมาธิ อยู่กับงานเท่านั้น เตรียมอุปกรณ์จำเป็นครบครัน มีคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ เครื่องพิมพ์และอื่น ๆ ตรวจเช็คว่ามีสิ่งใดขาดเหลือให้สั่งซื้อจากอินเทอร์เน็ต ช่วยให้ประหยัดเวลา ไม่มีอะไรขัดจังหวะวันทำงาน การจัดระเบียบเป็นเรื่องสำคัญมากยิ่งขึ้น อย่าเสียเวลาอันมีค่าไปกับการค้นหาไฟล์ในคอมพิวเตอร์ไม่เจอ แม้จะทำงานอยู่ที่บ้าน ต้องรักษาความเป็นมืออาชีพไว้เพื่อรักษาสมดุลระหว่างงานและชีวิตส่วนตัว อย่าลืมจัดตารางวันพักผ่อนด้วย เพราะคุณต้องการพลังใจอย่างล้นเหลือเพื่อทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ

ทำงานที่บ้าน

เคล็ดลับง่ายๆทำงานที่บ้านอย่างไร ให้ประสบความสำเร็จ

ทำงานที่บ้าน มีข้อดีหลายอย่าง ไม่ต้องเดินทาง ประหยัดเงินและเวลา ทำให้ชีวิตมีความสุขมากขึ้น ทุกวันนี้มีเครื่องมือมากมายที่ช่วยให้ติดต่อสื่อสารกับที่ทำงานหรือเพื่อนร่วมทีมได้อย่างง่ายดาย จะทำงานในชุดนอนหรือสะดวกเมื่อไรก็ทำได้ แต่ปัญหาก็คือจะแบ่งเวลาอย่างไร แบ่งเบาภาระการงานภายในบ้านอย่างไรไม่ให้เสียสมาธิในระหว่างทำงาน วิธีจัดการกับเพื่อนๆ ที่มาหาโดยไม่บอกล่วงหน้า การแบ่งเวลาทำงานไปด้วย เลี้ยงลูกไปด้วย และอีกหลายอย่างที่ต้องการ

หากคุณเลือกทำงานจากที่บ้าน แนะนำให้อาบน้ำ สวมชุดทำงานทุกวัน การสวมเสื้อผ้าเรียบร้อยทำให้บ้านมีบรรยากาศเหมือนโฮมออฟฟิศ คุณอาจจะนั่งอยู่บนโซฟา อ่านหนังสือ ท่องเว็บหรือพูดคุยทางโทรศัพท์กับลูกค้า จะมีแรงกระตุ้นและรู้สึกว่ากำลังทำงานจริงจัง คุณอาจนัดพบกับเพื่อนๆ ออกไปรับประทานอาหารกลางวันข้างนอกด้วยกัน แต่ถ้าเพื่อนมาที่บ้านโดยไม่ได้นัด ต้องบอกว่ากำลัง ทำงานที่บ้าน อยู่ คงไม่ใช่เวลาเหมาะ นัดพบกันช่วงสุดสัปดาห์จะดีกว่า อย่างน้อยโทรมาถามก่อนว่าอยู่บ้านหรือไม่ ว่างหรือเปล่า เพื่อไม่ให้รบกวนช่วงเวลาทำงาน จำเป็นต้องรักษากฎระเบียบไว้ให้การทำงานมีประสิทธิภาพ

การออกไปนั่งทำงานที่ร้านกาแฟก็เป็นอีกตัวเลือกหนึ่ง คุณได้ออกจากบ้าน แบ่งเวลาการทำงานและเวลาส่วนตัวได้ชัดเจนขึ้น ถ้ามีงบประมาณสักก้อน น่าลงทุนปรับปรุงสร้างพื้นที่โฮมออฟฟิศที่สะดวกสบายในบ้าน เป็นสำนักงานมาตรฐานที่ประกอบด้วยโต๊ะทำงาน ชั้นหนังสือและตู้เก็บของ คอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ใช้งานครบครัน พร้อมด้วยโซฟาตัวเก่งไว้พักเอนหลัง ได้เบรกจิบกาแฟบ้างจะช่วยให้มีพลังทำงานต่อไปได้มากขึ้น ทำงานมีประสิทธิผลมากขึ้น

เคล็ดลับง่ายๆทำงานที่บ้านอย่างไร ให้ประสบความสำเร็จ

อีกเคล็ดลับคือวางแผนชั่วโมงการทำงานให้เหมือนกับทำงานประจำ เวลาอยู่ในชั่วโมงทำงานให้ใช้ระบบฝากข้อความเสียง แกล้งทำเป็นว่าคุณไม่ได้อยู่ที่บ้าน อย่ารับโทรศัพท์บ้านในช่วงเวลาทำการ ตั้งใจทำงานไม่เล่นเฟซบุ๊ก โซเชียลมีเดีย หรือความบันเทิงพักผ่อนหย่อนใจต่างๆ อย่านัดหมายอะไรในช่วงทำงานตอนกลางวัน จะนัดพบแพทย์และทันตแพทย์ ก็ควรให้เป็นเหมือนกับพนักงานออฟฟิศ คือนัดพบช่วงเช้าหรือเย็นหลังเลิกงานไปเลย เพื่อไม่ให้ชั่วโมงการทำงานหยุดชะงัก เสียเวลาและเสียงาน การ ทำงานที่บ้าน จึงจะมีประสิทธิภาพ

นัดพบปะกับเพื่อนร่วมงานเป็นครั้งคราวได้ แต่ส่วนใหญ่เป็นไปไม่ได้เนื่องจากทีมงานของบริษัทมักแยกย้ายกันอยู่ตามจังหวัดต่างๆ ควรใช้เทคโนโลยีการสนทนาทางวิดีโอให้เกิดประโยชน์ เลือกใช้ Hangouts (แฮงเอาท์) แอปพลิเคชันแชทจากกูเกิลช่วยสนับสนุนการประชุมได้อย่างราบรื่นและง่ายดาย อาจใช้เว็บแคมเพื่อให้เพื่อนร่วมงานมองเห็นคุณนั่งโต๊ะ ทำงานที่บ้าน ได้ตลอดทั้งวัน ซื้อชุดหูฟังตัดเสียงรบกวนพร้อมปุ่มปิดเสียง เพื่อให้เข้าร่วมการประชุมแบบออนไลน์โดยไม่มีเสียงกระดิ่งหรือเสียงอย่างอื่นรบกวน ถ้าต้องการให้ทุกคนในออฟฟิศรู้ว่าผมทำงานอยู่จริง ไม่ใช่ดูทีวีหรือออกไปช็อปปิ้ง ควรส่งอีเมลล์และโทรหาเพื่อนร่วมงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเจ้านายวันละหลายครั้ง หากสามารถแบ่งเวลาสำหรับงานบ้านและครอบครัวในช่วงเย็นและกลางคืน ก็จะมีเวลาทำงานในช่วงกลางวันมากขึ้น ใช้ชีวิตและการทำงานอย่างสมดุลได้แน่นอน

สร้างสมาธิเมื่อเป็นนายตัวเอง จากการทำงานที่บ้าน

นั่งทำงานอยู่ที่บ้าน

รายการโทรทัศน์ที่ชอบดู อาหารอร่อยๆ สัตว์เลี้ยงตัวโปรด หรือที่นอนนุ่มๆ สิ่งเหล่านี้เป็นความสุขในขณะที่ใช้ชีวิตอยู่ที่บ้าน แต่หากว่าคุณทำงานที่บ้านสิ่งเหล่านี้ถ้าปล่อยให้เข้ามารบกวนจิตใจหรือสาธิการทำงานมันจะกลายเป็นปัญหาใหญ่ที่ทำให้การทำงานที่บ้านที่หลายคนคิดว่าสบายๆไม่อาจประสบความสำเร็จได้ ดังนั้น ลองใช้เคล็ดลับและกลยุทธ์ต่อไปนี้เพื่อให้การทำงานที่บ้านไม่เป็นอุปสรรคต่อความสำเร็จ

กำหนดพื้นที่ทำงานเฉพาะ ถ้าคุณอยู่คนเดียวก็ไม่เป็นปัญหามากนัก แต่หากว่ามีคนในบ้านอยู่ด้วยควรทำความเช้าใจให้ตรงกันและชัดเจนว่าส่วนไหนที่ถูกใช้เป็นพื้นที่สำหรับการทำงาน ที่คนในบ้านห้ามเข้ามารบกวนโดยที่ไม่ได้รับอนุญาต แล้วยังต้องแบ่งเวลาสร้างชั่วโมงการทำงาน การสร้างชั่วโมงการทำงานที่ชัดเจนเป็นสิ่งสำคัญ เหมือนกับเวลาที่ทำงานประจำ หากไม่มีการกำหนดเวลาที่ชัดเจนคุณก็จะมีแนวโน้มที่จะเสียเวลาทำในสิ่งที่ไม่จำเป็นง่ายมากขึ้น เช่น กินอาหาร ดูโทรทัศน์ หรือทำงานอย่างอื่นนานเกินไป ควรทำตารางการทำงานขึ้นมาแล้วติดเอาไว้ที่ผนังหรือเอาไว้ที่ตะทำงาน เช่น เริ่มทำงานกี่โมง พักกินอาหารกี่โมง และจะเลิกงานกี่โมง

การแต่งกายเพื่อความสำเร็จ การแต่งกายในขณะทำงานที่บ้านหลายคนคิดว่าแต่งกายสบายๆยังไงก็ได้ แต่จริงๆแล้วการแต่งกายที่สบายมากเกินไปจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อประสิทธิภาพการทำงานโดยตรง เพราะเสื้อผ้าที่สบายเกินไปจะสร้างความรู้สึกว่าคุณไม่ได้กำลังทำงานจริงๆและจะทำให้มีแนวโน้มที่จะถูกรบกวนจากสิ่งรอบตัวได้ง่าย

ชิลสบาย ผ่อนคลายในงานที่ทำอยู่

เอางานไปทำงานที่อื่น นอกเหนือจากการรบกวนจากการทำงานที่บ้านแล้ว บางครั้งอาจทำให้คุณรู้สึกเหงาเล็กน้อย มันเป็นเรื่องปกติบางครั้งคุณอาจจะเปลี่ยนบรรยากาศการทำงานโดยเอางานไปนั่งทำในร้านกาแฟใกล้บ้านแล้วหามุมสงบๆ หรือเปิดดูคลิป VDO ผลบอลสด ฟังเพลง ให้บรรยากาศน่าทำงานต่อไป เพื่อแรงกระตุ้นในการทำงานให้มากขึ้น และจะทำให้คุณรู้สึกว่าไม่เหงาอีกด้วย

ทำราวกับว่าคุณกำลังจะไปทำงาน นี่เป็นเคล็ดลับที่มีบางคนใช้และได้ผลดี คือ การเริ่มทำกิจวัตรประจำวันตั้งแต่ตื่นนอน แต่งตัว กินอาหารเช้าจนกระทั่งขับรถออกไปทำงาน เหมือนกับช่วงที่ทำงานประจำ เพียงแต่ตอนนี้ให้ขับรถไปที่ไหนก็ได้แล้วกลับมาบ้านเพื่อนั่งทำงาน ทำแบบนี้จนกว่าจะมีระเบียบวินัยเพียงพอที่จะทำงานได้โดยที่ไม่ต้องออกไปจากบ้านอีก โดยรวมแล้วนั้นก็คือการสร้างระเบียบวินัยให้กับตัวเองจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของนิสัย เพราะการทำงานที่บ้านจะไม่ถูกกำหนดโดยกรอบของบริษัทหรือองค์กรต่างๆ จึงจำเป็นต้องสร้างให้เกิดขึ้นมาด้วยตัวเองให้มากที่สุด

ธุรกิจจากที่บ้าน กับแนวทางสู่ความร่ำรวย

ธุรกิจจากที่บ้าน กับแนวทางสู่ความร่ำรวย

เมื่อคุณพยายามที่จะดำเนินธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ กุญแจสู่ความสำเร็จนั้น อาจจะแบ่งได้เป็น 2ประการคือ 1.การเรียนรู้ (หรือแม้แต่การเลียนแบบ) และ 2.การทดลองด้วยตัวเอง ทั้ง 2 อย่างถือเป็นสิ่งสำคัญที่คุณควรจะต้องรู้ว่าจะเริ่มต้นธุรกิจที่ประสบความสำเร็จได้อย่างไรด้วยการใช้ประสบการณ์ของคนอื่น และการหาความรู้เพื่อสร้างแนวทางของตัวเอง

วิธีการเริ่มต้นธุรกิจที่ประสบความสำเร็จจากที่บ้าน

เมื่อเริ่มต้นธุรกิจเป็นสิ่งสำคัญที่คุณต้องถามตัวเองด้วยการใช้คำถามบางคำถามสำหรับถามตัวเองนั่นคือ

– คุณต้องการทำอะไร?
– ทำไมคุณถึงทำธุรกิจนี้? คุณต้องการที่จะตอบสนองความต้องการอะไร? (กลุ่มเป้าหมาย)
– เวลาและเงินที่คุณเต็มใจที่จะลงทุนไปในธุรกิจนี้?
รูปแบบธุรกิจของคุณได้รับการพิสูจน์แล้วหรือไม่? หรือเป็นแนวทางแบบใหม่ที่คิดด้วยตัวเองหรือมาจากการปรับปรุงแนวทางของคนอื่นหรือไม่?

เมื่อเริ่มต้นธุรกิจเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องทำการวิจัยเพื่อค้นหาข้อมูลเป็นจำนวนมากเพื่อที่จะสามารถหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดทั่วไปได้หลายอย่าง

วิธีสร้างแนวทางในการเป็นผู้ประสบความสำเร็จ

นิสัยของคนที่ประสบความสำเร็จ : ธุรกิจที่ประสบความสำเร็จและผู้ที่ประสบความสำเร็จแตกต่างกันในรูปแบบของพวกเขาเอง แต่พวกเขาทั้งหมดมีหลักการพื้นฐานที่เหมือนกันในการทำธุรกิจนั่นคือนิสัยต่างๆเหล่านี้

การตั้งเป้าหมาย : การเรียนรู้ที่จะกำหนดเป้าหมายการทำงานและวิธีการที่จะการบรรลุเป้าหมาย เป็นนิสัยของนักธุรกิจที่จะประสบความสำเร็จ เมื่อคุณมีเป้าหมายที่ชัดเจนแน่นอนและมีการกำหนดเวลาที่เข้มงวดคุณจะมีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จได้เร็วกว่าผู้ที่ทำงานโดยไม่มีแผนการใดๆเอาไว้เลย นี่คือสิ่งที่ชัดเจนอย่างที่สุด

เรียนรู้จากข้อผิดพลาดของผู้อื่น : หากคุณสามารถเรียนรู้จากความผิดพลาดของผู้อื่นคุณก็จะสามารถหลีกเลี่ยงความผิดพลาดได้มากมายโดยที่ไม่ต้องลงมือเสี่ยงด้วยตัวเอง โดยเฉพาะธุรกิจส่วนใหญ่นั้นจะล้มเหลวมาแล้วหลายครั้งก่อนที่พวกเขาจะประสบความสำเร็จแบบที่เห็นในทุกวันนี้ ประสบการณ์ความล้มเหลวของคนอื่นจะทำให้คุณสามารถประหยัดเวลาและเงินทุนได้มาก ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นความล้มเหลว ผิดพลาดหรือความสำเร็จต่างก็มีประโยชน์ด้วยกันทั้งสิ้น เพียงแต่ความล้มเหลวจะสามารถให้ประโยชน์กับคุณได้มากกว่า

ทดลองด้วยตัวเอง : ความสำเร็จที่แท้จริงไม่ได้อยู่ในหัวสมองหรืออยู่ที่แผนงานในสมุด แต่อยู่ที่การลงมือทำอย่างจริงจัง แม้ว่าคุณจะเรียนรู้เรื่องราวของคนอื่นๆมากมากแค่ไหนทุกอย่างก็จะไม่มีประโยชน์ตราบใดที่งานของคุณยังไม่เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม

องค์กรหรือทีมงาน : องค์กรเป็นลักษณะที่มีความสำคัญต่อความสำเร็จทางธุรกิจไม่ว่าจะเป็นธุรกิจทั่วๆหรือเป็นการทำธุรกิจที่บ้าน องค์กรช่วยให้บรรลุเป้าหมายลดการรบกวนและนำไปสู่ความสำเร็จในท้ายที่สุด มันเป็นเรื่องยากมากเกินไปที่คุณจะประสบความสำเร็จได้ด้วยตัวคนเดียว แม้ว่าธุรกิจของคุณจะอยู่ที่บ้านก็ตามทีเพราะไม่มีใครที่จะเก่งสามารถทำงานทุกอย่างได้ด้วยตัวเองทั้งหมดหรือถ้าทำได้ก็หมายถึงยังคงต้องเสียเวลาจำนวนมาก ดังนั้น คุณจำเป็นจะต้องมีองค์กรหรือทีมงานที่แข็งแกร่งที่สามารถช่วยแบ่งเบาภาระหรือช่วยทำในสิ่งที่ตัวคุณเองไม่ถนัดได้

งานออนไลน์ 4 อย่างสำหรับนักศึกษา แม่บ้าน และคนที่กำลังว่างงาน

งานออนไลน์ 4 อย่างสำหรับนักศึกษา แม่บ้าน และคนที่กำลังว่างงาน

คนส่วนใหญ่มีทักษะเฉพาะบางอย่างที่สามารถสร้างรายได้ได้ ซึ่งคุณสามารถ re-skill ด้วยตัวคุณเองทุกที่ทุกเวลา หลังจากเริ่มทำออนไลน์หรือการทำงานจากที่บ้านเพื่อให้มีรายได้ไม่ต่างจากการทำงานประจำหรืออาจจะมากกว่าด้วย คุณสามารถเป็นนักธุรกิจ ที่ประสบความสำเร็จด้วยการเริ่มต้นธุรกิจประเภทออนไลน์เหล่านี้ ด้วยการลงทุนเพียงเล็กน้อยหรือไม่ต้องลงทุนเลยก็ได้ เพียงการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต คอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือรวมทั้งทักษะที่จำเป็นบางอย่างตามสิ่งที่ต้องทำ โดยอาชีพที่น่าสนใจก็คือ

1. สร้างรายได้จากที่บ้านโดยการเป็นฟรีแลนซ์

เพียงคุณมีทักษะบางอย่างที่น่าสนใจก็สามารถหารายได้โดยนำเสนอบริการของตัวเองได้ที่ Fiverr.com, Upwork.com, Peopleperhour.com และ Freelancer.com เป็นแพลตฟอร์มยอดนิยมสำหรับผู้ที่รับงานฟรีแลนซ์ซึ่งเป็นหนึ่งในงานออนไลน์ที่ดีที่สุดสำหรับนักศึกษา ผู้สำเร็จการศึกษาใหม่ แม่บ้านและคนที่เกษียณอายุ

2. สร้างช่อง YouTube

หากคุณต้องการทำงานนอกเวลาหรืองานออนไลน์จากที่บ้านการเริ่มต้นช่อง YouTube จะทำกำไรได้มาก เพราะ YouTube มีผู้เข้าชมรายเดือนมากถึงประมาณหนึ่งพันล้านคน เพียงสามารถสร้างวิดีโอที่ให้ข้อมูลและความบันเทิง คำแนะนำ วิดีโอที่เกี่ยวกับเคล็ดลับความงาม / แต่งหน้า เคล็ดลับการใช้ชีวิต เกมส์ ฯลฯ

3. ทำรายได้จากบล็อก / เว็บไซต์โดยใช้ Google AdSense และ Affiliate Marketing

ถ้าคุณมีบล็อก / เว็บไซต์ที่มีเนื้อหาดีและที่สำคัญคือมีผู้เข้าชมจำนวนมาก หากคำตอบของคุณคือ “ใช่” คุณสามารถเริ่มสร้างรายได้จากบล็อกของคุณได้ นี่เป็นธุรกิจขนาดเล็กที่ทำกำไรได้ที่บ้านได้อย่างมหาศาลเช่นกัน วิธีที่ดีในการแปลงบล็อกของคุณเป็นแหล่งรายได้คือการสมัครเข้าโปรแกรม Google AdSense โดย AdSense จะอนุญาตให้คุณแสดงโฆษณาในบล็อกหรือเว็บไซต์ และกำหนดเป้าหมายไปที่เนื้อหาของเว็บไซต์ โดยจะสามารถสร้างรายได้หากผู้เข้าชมไซต์คลิกโฆษณาที่อยู่ด้านใน นอกจากนี้คุณยังสามารถลงทะเบียนโปรแกรมพันธมิตร จากการทำ Affiliate อย่าง Amazon Associates Affiliate ซึ่งค่อนข้างเป็นที่นิยมเนื่องจาก Amazon.com มีผลิตภัณฑ์หลากหลายประเภท เพื่อให้คุณนำสินค้าไปโปรโมทเพื่อแลกกับค่าคอมมิชชั่น

4. กวดวิชาออนไลน์

หากคุณเก่งในด้านนักวิชาการและสามารถอธิบายหัวข้อที่ซับซ้อนอย่างแจ่มแจ้งหรือมีไหวพริบในการสอนคุณสามารถเป็นครูสอนพิเศษออนไลน์ได้ โดยการสร้างรายได้ด้วยการแบ่งปันความรู้ผ่านทางชั้นเรียนออนไลน์ โดยสามารถสอนและแนะนำนักเรียนทางวิดีโอคอล โดยคุณสามารถทำงานเป็นผู้ติวเตอร์ตาม วิชาที่คุณมีความเชี่ยวชาญ นอกจากนี้หากมีความชำนาญในการสร้างวิดีโอและ eBook ก็ยังสามารถสร้างหลักสูตรวิดีโอออนไลน์และหลักสูตร eBook ถ้าหากว่าคุณไม่ค่อยถนัดกับการสอยต่อหน้านักเรียนสดๆ นี่เป็นอาชีพที่ทำงานที่บ้านได้ 4 อย่างจากงานจำนวนมากที่เป็นไอเดียให้กับผู้ที่ต้องการรายได้เสริมหรือคนที่กำลังตกงานได้เป็นอย่างดี

5 วิธีการทำงานจากที่บ้านให้ประสบความสำเร็จ

5 วิธีการทำงานจากที่บ้านให้ประสบความสำเร็จ

การทำงานที่บ้านมีข้อดีหลายอย่าง เช่น สามารถให้ความยืดหยุ่นในเรื่องเวลาได้มาก คุณสามารถทำงานและดูแลครอบครัวได้โดยไม่เกิดปัญหามากนัก แต่การทำงานที่บ้านนั้นก็ล้มเหลวได้ง่ายหากคุณไม่ทราบวิธีจัดระเบียบเวลาและการทำงานจะมีปัญหาเพราะอาจเต็มไปด้วยสิ่งที่มาคอยจัดขวางสมาธิ ถ้าคุณต้องการประสบความสำเร็จในการทำงานจากที่บ้านคุณจำเป็นต้องรู้วิธีการทำงานในแต่ละวันและมุ่งเน้นการทำงานให้เป็นมืออาชีพ ซึ่งสามารถทำตามขั้นตอนต่อไปนี้

ใส่ชุดทำงานแม้จะทำงานอยู่บ้าน

ใส่ชุดทำงานแม้จะทำงานอยู่บ้าน

เมื่อทำเช่นนี้คุณจะเปลี่ยนตัวเองจากโหมดการอยู่กับบ้านไปเป็นการทำงาน นอกจากนี้ถ้าคุณแต่งกายเหมือนกับเวลาทำงานข้างนอกจะช่วยรักษาทัศนคติของการทำงานเอาไว้เพราะหากเลือกทำงานในชุดนอนและรองเท้าแตะมันจะไปกระตุ้นให้คุณกลับไปนอนที่เตียงหรือนั่งดูโทรทัศน์แทน

 วิธีการทำงานจากที่บ้านให้ประสบความสำเร็จ

กินก่อนที่จะทำงาน

กินอาหารเช้าและกาแฟหรือชาที่โต๊ะ เช่นเดียวกับที่คุณต้องทำเหมือนเวลาที่จะต้องออกจากบ้านเพื่อไปทำงาน อย่าตื่นสายและกินอาหารที่หน้าเครื่องคอมพิวเตอร์เพราะจะทำให้คุณไม่มีสมาธิในการทำงาน ควรเตรียมพร้อมในการเริ่มทำงานด้วยความจริงจัง รับประทานอาหารเช้าเพื่อสุขภาพที่ช่วยเพิ่มพลังงานซึ่งประกอบด้วย การกินคาร์โบไฮเดรตที่มีประโยชน์ เช่น ข้าวโอ๊ต โปรตีนดีๆเช่น ไข่ไก่ ปลา เป็นต้น

 วิธีการทำงานจากที่บ้านให้ประสบความสำเร็จ

ทำพื้นที่สำหรับทำงานโดยเฉพาะ

ไม่ว่าคุณจะโชคดีพอที่จะมีโฮมออฟฟิศแบบจริงจังหรือเพียงแค่โต๊ะกับเก้าอี้ทำงานธรรมดาๆก็แล้วแต่ การทำงานในบ้านจำเป็นต้องเคลียร์พื้นที่เพื่อให้ใช้เป็นพื้นที่สำหรับการทำงานเท่านั้น ควรเป็นมุมที่เงียบ อากาศถ่ายเทได้ดี มีโต๊ะและตู้สำหรับเก็บเอกสารสำหคัญที่ต้องใช้เพื่อจะไม่ต้องวางไว้บนโต๊ะให้เกะกะ และไม่ควรอยู่ใกล้โทรทัศน์เพราะอาจจะทำให้อดใจไม่ได้ที่จะเปิดดูโดยเฉพาะหากว่ามีรายการโปรดกำลังฉายอยู่

5 วิธีการทำงานจากที่บ้านให้ประสบความสำเร็จ

เขียนตารางเวลาสำหรับรายวัน สัปดาห์และเดือน

สิ่งสำคัญที่จะทำให้การทำงานที่บ้านประสบความสำเร็จคือความมีวินัยในตัวเอง จัดทำตารางเวลาให้ชัดเจน สร้างตารางงานที่ต้องทำในแต่ละวัน เช่น ทำงานวันละกี่ชั่วโมงและทำอะไรบ้าง ในแต่ละสัปดาห์ต้องทำอะไรให้สำเร็จ เช่นเดียวกับในทุกๆเดือน

 วิธีการทำงานจากที่บ้านให้ประสบความสำเร็จ

อย่าทำงานหรือเรื่องส่วนตัวอื่นนอกเหนือจากงานที่ต้องทำจริงๆ

ในระหว่างที่ทำงานอยู่นั้นเมื่ออยู่ที่บ้านคุณจะเจอสิ่งที่เข้ามารบกวนมากมาย เช่น คุณอาจจะลุกขึ้นมาทำความสะอาดบ้าน เล่นกับสัตว์เลี้ยง หรือออกไปซื้อของอร่อยๆมากิน ฯลฯ สิ่งเหล่านี้จะรบกวนเวลาการทำงานได้มากและจะทำให้งานที่วางไว้ ว่าจะต้องทำให้สำเร็จในแต่ละวันจะทำไม่ได้จริงๆอย่างที่ตั้งใจ

หากว่าทำได้ตามวิธีการข้างบนนี้แล้วการทำงานที่บ้านเพื่อให้ประสบความสำเร็จก็จะไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป