แนะนำทำงานที่บ้านแบบมีรายได้เสริมหลักหมื่น

แนะนำทำงานที่บ้านแบบมีรายได้เสริมหลักหมื่น

การทำงานที่บ้านในยุคปัจจุบันเป็นสิ่งที่สร้างรายได้หลักหมื่นบาทต่อเดือนให้แก่คนรุ่นใหม่ได้ง่ายๆ ด้วยระบบการสื่อสารออนไลน์แบบ 5G ที่มีความรวดเร็วในการสืบค้นข้อมูลและการประสานงานกับลูกค้า ทำให้ลดต้นทุนค่าใช้จ่ายในการเดินทางและไม่ต้องเสียเวลากับรถติด ทำให้มีเวลาสร้างงานได้มากยิ่งขึ้น

เราจึงได้รวมงานที่ทำได้จากที่บ้าน ที่สามารถสร้างรายได้หลักหมื่นบาทต่อเดือนมาฝากกัน ดังนี้

1. การรับจ้างวิเคราะห์สถิติ

องค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน มีความนิยมจ้างงานฟรีแลนซ์เพื่อวิเคราะห์สถิติให้แก่งานเป็นรายโปรเจกต์มากขึ้น เพื่อควบคุมค่าใช้จ่าย โดยส่วนใหญ่จะเป็นการวิเคราะห์ด้านการตลาด เพื่อนำผลที่ได้ไปปรับปรุงเทคนิคการขายหรือการทำสื่อโฆษณา ผู้ที่มีความรู้ในการใช้โปรแกรมวิเคราะห์ทางสถิติอย่าง SPSS และสามารถวิเคราะห์บทสรุปได้อย่างน่าสนใจ มักมีการจ้างงานตลอดปี ทั้งนี้ผู้ที่ทำงานได้มีประสิทธิภาพ ก็อาจมีการจ้างงานแบบระยะยาว สร้างรายได้หลักแสนไม่ยาก

2. การเป็นนักรีวิวสินค้า

ปัจจุบันช่องทางในการจำหน่ายสินค้าอยู่ในโลกออนไลน์มาก จึงมีบริษัทที่ต้องการนักรีวิวสินค้าที่เก่ง สามารถเขียนจูงใจให้ผู้อ่านเห็นจุดดีของสินค้า และอยากซื้อสินค้าได้ ผู้ที่มีความสามารถด้านนี้ สามารถรีวิวสินค้าที่ถนัด สร้างรายได้ที่งดงามได้ เช่น อุปกรณ์ไอที เกมส์ ผลิตภัณฑ์เสริมความงาม ฯลฯ ซึ่งสามารถติดตามข่าวสารการรับสมัครรีวิวสินค้าผ่านทาง facebook ได้ตลอดทั้งปี

3. การรับจ้างสอนพิเศษ

ปัจจุบันสามารถที่จะทำงานสอนพิเศษได้ผ่านทางหน้าจอโทรศัพท์มือถือ เป็นลักษณะของวีดีโอคอล ที่ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเดินทาง และยังให้ความปลอดภัยทั้งแก่ผู้เรียนและผู้สอน ผู้ที่มีความสามารถสอนวิชาพื้นฐาน เช่น ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ ภาษาอังกฤษ เพียงลงทะเบียนเป็นสมาชิกของกลุ่มโรงเรียนติวเตอร์ออนไลน์ ก็จะสามารถที่จะรับงานผ่านระบบนี้ได้

4. การรับจ้างแปลงานภาษาต่างประเทศ

การแปลภาษาเป็นงานที่มีแนวทางการทำงานกว้าง อาจแปลเอกสารด้านกฏหมาย งานวิชาการ การแปล subtitle หนัง การแปลนวนิยาย ฯลฯ ก็เป็นได้ทั้งหมด ผู้ที่มีความสามารถในการใช้ภาษาต่างประเทศ เช่น ภาษาจีน ภาษาอังกฤษ ญี่ปุ่น เกาหลี ฯลฯ จะสามารถรับงานแปลต่างประเทศทำจากที่บ้านได้อย่างแน่นอน ซึ่งหากมีผลการสอบที่แสดงระดับทักษะภาษานั้น ๆ ก็จะมีโอกาสได้รับงานที่มีรายได้สูงขึ้นตามไปด้วย นับว่างานแปลเป็นงานที่มีรายได้ดีและมีงานอย่างแน่นอนในยุคนี้

จะเห็นได้ว่า งานที่สร้างรายได้สูงในปัจจุบัน สามารถทำงานได้จากที่บ้านได้หลากหลายรูปแบบ หวังว่าบทความนี้จะเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกท่านสนใจหาอาชีพเสริมจากความถนัด ไม่ว่าจะเป็นวัยเรียน วัยทำงาน เพื่อเพิ่มพูนรายได้ทำให้มีเงินเก็บมากยิ่งขึ้น เพื่อสร้างความมั่งคั่งในอนาคตต่อไป

รวมงานที่ทำได้จากที่บ้าน

ทำงานที่บ้านหรือทำงานในบริษัทแบบไหนดีกว่ากัน

ทำงานที่บ้านหรือทำงานในบริษัทแบบไหนดีกว่ากัน

ในยุค 2019 ที่ระบบการสื่อสารเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงช่วยให้การซื้อขายแลกเปลี่ยนและการส่งข่าวข้อมูลต่าง ๆ เป็นไปได้อย่างรวดเร็ว การประกอบอาชีพจึงลดข้อจำกัดที่จะต้องทำงานในออฟฟิศเท่านั้น แต่อย่างไรก็ตามในช่วงภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน ก็มีคนจำนวนมากกังวลว่า หากเลือกทำงานที่บ้าน ก็จะหารายได้ไม่พอกับค่าใช้จ่าย และเสียโอกาสในการเติบโตของสายงานไป

เราจึงรวบรวมประเด็นที่ทุกท่านต้องพิจารณาก่อนเลือกเปลี่ยนสายงาน มาฝากกัน ดังนี้

1. สายอาชีพที่ทำ

หากคุณทำงานสายสาธารณสุข เช่น พยาบาล ผู้ช่วยแพทย์ เป็นต้น ก็จำเป็นจะต้องทำงานในโรงพยาบาลหรือศูนย์ดูแลผู้ป่วยรูปแบบต่าง ๆ จึงจะมีโอกาสเติบโต มีการขึ้นเงินเดือนตามประสบการณ์ ทั้งนี้ จะไม่สามารถทำงานที่บ้านได้ในสายอาชีพนี้ (หากต้องการให้มีเวลาอยู่ใกล้ชิดกับครอบครัวมากขึ้น ก็ต้องขอย้ายสาขาหรือเลือกสถานที่ทำงานที่เดินทางได้อย่างสะดวก) เมื่อเทียบกับ กรณีที่ทำงานสายกราฟฟิก งานผลิตสื่อมัลติมีเดีย งานนักเขียน นักวาดการ์ตูน ฯลฯ จะสามารถเลือกรับงานเป็นแบบฟรีแลนซ์ โดยทำงานจากที่บ้านและส่งงานให้ลูกค้าทางออนไลน์หรือนัดพบเมื่อจำเป็นได้

2. เงินเก็บที่มีอยู่เป็นทุนสำรอง

การเปลี่ยนงานจากการเป็นลูกน้องในออฟฟิศ มาเป็นนายตัวเองแบบฟรีแลนซ์รับส่งงานจากที่บ้าน เรียกได้ว่ามีความเสี่ยงสูงในยุคเศรษฐกิจที่ผันผวนตามสงครามการค้าและศึกค่าเงินต่าง ๆ ทำให้การจ้างงานไม่แน่นอน ไม่สามารถการันตีรายได้ที่แน่นอนได้ หากไม่มีเงินทุนสำรองไว้ใช้จ่ายประมาณ 6 เดือนขึ้นไป ก็จะเสี่ยงต่อการชักหน้าไม่ถึงหลัง อาจต้องเป็นหนี้สินเพิ่มพูนจากการกู้หรือใช้บัตรเครดิตในช่วงเวลาอันสั้น ที่สำคัญคือ จะทำให้มีความเครียดสูงขึ้นอย่างมากด้วย

3. ความจำเป็นในการดูแลสมาชิกในครอบครัว

หากกำลังวางแผนมีลูก หรือต้องดูแลพ่อแม่ที่เจ็บป่วย ต้องคิดให้รอบคอบว่า ค่าใช้จ่ายที่จะตามมาเป็นจำนวนเงินเท่าใดต่อเดือน เพราะการเปลี่ยนงานเพื่อการดูแลสมาชิกในครอบครัว แม้ทำให้ลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง แต่ก็ทำให้รายได้น้อยลงด้วย อีกทั้งยังมีค่าใช้จ่ายในการดูแลความเจ็บป่วยตามมาอีกมาก กรณีที่จะจ้างบุคคลภายนอกจากศูนย์เอกชนมาดูแล ก็จะมีปัญหาเรื่องของค่าใช้จ่ายและก็ไม่สามารถไว้วางใจได้ในความปลอดภัยได้ทั้งหมด ดังที่เห็นข่าวการทำร้ายร่างกายและการชิงทรัพย์จากเจ้าบ้าน จึงเป็นเรื่องที่ต้องไตร่ตรองให้ดี

จะเห็นได้ว่า การเลือกว่าจะทำงานที่บ้านหรือเป็นลูกจ้างในออฟฟิศ มีประเด็นที่จะต้องคิดหลากหลายด้าน ซึ่งควรไตร่ตรองอย่างรอบคอบก่อนที่จะตัดสินใจเปลี่ยนแผนชีวิตหรือเปลี่ยนเส้นทางการทำงาน เลือกในสิ่งที่เหมาะสมที่สุดกับสถานภาพของตนเอง จึงจะทำให้ไม่ประสบปัญหาการว่างงาน หรือมีรายได้ไม่พอค่าใช้จ่ายในยุคปัจจุบัน

พิจารณาก่อนเลือกเปลี่ยนสายงาน

ถูกหลอก! เพราะต้องการหารายได้จากการทำงานที่บ้าน

ต้องการหารายได้จากการทำงานที่บ้าน

จากสภาพเศรษฐกิจทุกวันนี้ที่เข้าสู่ยุคข้าวยากหมากแพงมาระยะเวลาหลายปี ผู้คนจำนวนมากก็ยังมีความหวังที่จะหารายได้เพิ่มเติมจากงานประจำ แต่เพราะเวลาทำงานประจำนั้นก็มีมากอยู่แล้ว เวลาที่เหลืออยู่คือเวลาที่บ้านและวันหยุด คำว่า ทำงานที่บ้าน จึงผุดขึ้นในความคิด ไม่ใช่สิบหรือร้อยคน แต่เป็นแสน ๆ คน ซึ่งความคิดดังกล่าวนั้นถือว่าน่าชื่นชมที่มีความขยันและต้องการแสวงหารายได้เพิ่มจากเวลาว่างที่เหลืออยู่ แต่ก็กลับกลายเป็นช่องทางให้มิจฉาชีพหลอกลวงได้โดยง่าย

งานหลอกลวงที่ดึงความสนใจสำหรับ คนทำงานที่บ้าน

อาชีพเสริมนั้นมีหนทางให้เลือกมากมาย แต่หลายคนที่ไม่มีเงินทุนมากที่จะเช่าร้าน แผงค้าขาย หรือไม่มีเวลาที่จะไปทำอาชีพเสริมใดอีก เมื่อพบกับโฆษณาผ่านสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ ก็จะสนใจทันที เมื่ออ่านถ้อยคำที่ชวนเชื่อ ในทำนองที่ว่าเป็นงานง่าย ๆ ไม่ต้องลงทุน รับงานไปทำ ส่งงานแล้วก็รับเงิน งานทำนองนี้จะเป็นงานประเภททำได้ไม่ยากนัก เช่น คัดแยกหนังยางสีสันต่าง ๆ ออกจากกัน แล้วรวมเป็นห่อ ๆ หรือคัดแยกกระดุม ลูกปัดตามสีที่กำหนด นอกจากนี้ยังมีงานเขียนนิทาน งานพับกระดาษเป็นรูปนกรูปดาว งานปักครอสติช และยังมีงานอีกหลายแบบสุดแท้แต่ที่จะคิดขึ้นมาหลอกลวงกัน

งานดังกล่าว แท้จริงแล้วคือสิ่งบังหน้าเท่านั้นเอง แต่สิ่งที่จะสอดแทรกเข้ามาแบบที่ไม่ให้เหยื่อรู้ตัวคือการสร้างแรงจูงใจเรื่องรายได้ เมื่อคูณกับจำนวนที่ทำได้ก็จะเป็นเงินก้อนที่มองแล้วว่าคุ้มในการทำงาน จากนั้นจะมีเงื่อนไขต่าง ๆ ที่สำคัญก่อนทำงานคือ ค่าสมัคร และค่ามัดจำต่าง ๆ นี่คือสัญญาณแรกที่บอกได้ทันทีว่างานนั้นเชื่อถือได้หรือเป็นงานหลอกลวง ลองคิดดูว่าถ้ามีคน 100 คน ต่อวัน สมัครงานและชำระค่ามัดจำเพียง 100 บาทให้กับมิจฉาชีพ เขาก็ได้เงินตรงนี้แล้ว 10,000 บาท ต่อวัน

เหตุการณ์ต่อมาหลังจากโอนเงินค่ามัดจำไปแล้ว ก็จะได้รับของส่งมาให้ทำ มีข่าวว่าบางรายโอนเงินไปแล้วก็ขาดการติดต่อทันที เพราะเขาได้เงินไปแล้ว หรือบางรายก็ได้รับของมาให้ทำและมีการโอนค่าจ้างกลับมาให้ เมื่อเห็นว่ามีการจ่ายค่าจ้างจริง ก็จะเริ่มหลงเชื่อว่าไม่น่าจะหลอกลวง จากนั้นมิจฉาชีพจะหลอกต่อไปอีกขั้นตอนคือการเพิ่มวงเงินมัดจำของเพื่อรับงานจำนวนที่มากขึ้นอีก

ขอยกตัวอย่าง งานแยกหนังยางรัดผมสีต่าง ๆ มัดจำชุดละ 300 บาท เมื่อทำเสร็จจะได้รับค่าจ้าง 600 บาท เท่ากับว่าได้กำไรไม่รวมค่าแรงคือ ชุดละ 300 บาท หากต้องการเงินกำไร 3,000 บาท ก็สั่งของ ทีละ 10 ชุด ก็คือต้องโอนเงินไปมัดจำ 3,000 บาท เพื่อหวังค่าจ้าง 6,000 บาท วิธีนี้คือการยกระดับเงินลงทุน หลังจากเหยื่อเชื่อใจและโอนเงินไปแล้ว มิจฉาชีพก็เพียงไม่ส่งของมาและปิดตัวขาดการติดต่อไป เหยื่อก็สูญเงินลงทุน 3,000 บาทไปโดยปริยาย

เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่และสร้างความเสียหายให้กับผู้คนจำนวนมาก หวังว่าบทความนี้จะช่วยเตือนสติให้กับผู้ที่กำลังคิดจะ ทำงานที่บ้าน ได้ฉุกคิดว่างานที่หมายตาไว้นั้น จะทำให้ได้เงินหรือเสียเงินกันแน่ จุดสังเกตที่สำคัญคือ “งานใดที่ให้โอนค่าสมัครและค่ามัดจำก่อน ก็พึงระวังงานนั้นให้มาก”

ถ้าคุณผู้อ่านที่อยากทำงานที่บ้านจริง ขอให้ทำงานด้วยตัวเอง เช่น ประดิษฐ์ของ DIY หรือของตกแต่ง กรอบภาพ ถ่ายภาพ วาดภาพ หรืองานฝีมือตามที่ถนัด แล้วนำงานไปประกาศลงขายในเว็บไซต์ ซึ่งจะมีโอกาสสร้างรายได้แน่นอนกว่า

งานหลอกลวงที่ดึงความสนใจสำหรับ คนทำงานที่บ้าน

จัดสภาพแวดล้อมทำงานที่บ้านอย่างไรให้ดีต่อสุขภาพ

จัดสภาพแวดล้อมทำงานที่บ้านอย่างไรให้ดีต่อสุขภาพ

ทุกวันนี้มีหลายปัจจัยสนับสนุนการทำงานจากที่บ้านมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นงานประจำก็ทำงานส่งไปออฟฟิศได้รวดเร็วง่ายดาย หรือจะเป็นงานอิสระที่ตอบโจทย์ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำได้ลงตัว บริษัทไม่จ้างพนักงานประจำและรับพนักงานสัญญาจ้างและฟรีแลนซ์มากขึ้น เพียงมีคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตก็ที่ทำงานจากที่บ้านได้ตลอดเวลา แต่เพื่อให้ผลงานมีประสิทธิภาพ จำเป็นต้องมีมากกว่าอุปกรณ์ออฟฟิศทันสมัย ต้องจัดการสภาพแวดล้อมในที่ทำงานที่สะดวกสบายด้วย ทั้งมุมทำงานที่ไม่มีใครรบกวน โต๊ะทำงานและเก้าอี้ที่ปรับได้ แสงสว่างเพียงพอสำหรับการทำงาน และสิ่งอื่น ๆ ที่ต้องพิจารณามากมาย

ความสำคัญของสภาพแวดล้อมในการทำงานที่บ้าน

สภาพแวดล้อมการทำงานที่บ้านมีความสำคัญและส่งผลดีต่อผลงานอย่างแน่นอน ไม่ว่าใครก็อยากมีโฮมออฟฟิศทันสมัยที่ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ แสงสว่างจะมาจากหลอดไฟหรือแสงธรรมชาติก็ต้องสว่างกำลังดี ไม่จ้าจนต้องหรี่ตาหรือแสงสลัวทำให้อ่านยากและปวดหัว ในส่วนของอุปกรณ์ทำงาน ควรเลือกโต๊ะที่เหมาะกับงานและดีต่อสุขภาพในระยะยาว เก้าอี้ปรับได้ตามหลักสรีรศาสตร์เพื่อให้การรองรับที่เหมาะสม ไม่ว่าจะใช้คอมพิวเตอร์เดสก์ท็อปหรือแล็ปท็อปควรปรับจอให้อยู่ในระดับสายตา ไม่ก้มศีรษะทำให้ปวดคอ ปวดหัว ปวดหลังเมื่อนั่งทำงานไปนาน ๆ นอกจากนั้นควรลงทุนกับเครื่องพิมพ์มัลติฟังก์ชั่นที่ถ่ายสำเนาและสแกนเอกสารได้ มีกะทัดรัดไม่เปลืองพื้นที่ การจัดการพื้นที่ทำงานก็เป็นเรื่องสำคัญ ซื้อตู้หนังสือหรือชั้นวางของสำหรับเก็บเอกสาร ปากกา กระดาษ แฟ้ม นามบัตร และอุปกรณ์อื่น ๆ ทุกอย่างอยู่ถูกที่ถูกทางไม่เสียเวลาค้นหา

ห้องทำงานในฝันควรมีหน้าต่างที่เปิดออกสูดอากาศบริสุทธิ์ จะส่งผลกระทบเชิงบวกต่ออารมณ์ ช่วยลดความเครียดและดีต่อสุขภาพด้วย หากทำงานให้ห้องติดแอร์แนะนำให้ใช้เครื่องฟอกอากาศด้วย เพื่อลดปริมาณฝุ่นละออง เชื้อโรค และกลิ่นไม่พึงประสงค์ที่อาจเกิดจากการทำอาหารในบ้าน มั่นใจว่าไม่ได้หายใจเอาอากาศสกปรกและสารก่อภูมิแพ้เข้าไป

ความสำคัญของสภาพแวดล้อมในการทำงานที่บ้าน

สำนักงานในบ้านจะปรับแต่งให้เป็นส่วนตัวอย่างไรก็ได้ ทาสีผนัง รูปภาพและงานศิลปะ กลิ่นน้ำหอมปรับอากาศ การประดับต้นไม้ในสำนักงานส่งผลดีต่อสุขภาพ ลดความเจ็บป่วยโดยเฉพาะโรคปวดหัว ตาแห้ง ลดอาการไอ ลดความเครียด รวมทั้งกระตุ้นให้เกิดความกระตือรือร้น มีสมาธิ และส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ การนั่งทำงานนาน ๆ ส่งผลให้เกิดอาการออฟฟิศซินโดรม ร่างกายอ่อนล้า และเกิดโรคร้ายอย่างโรคอ้วน โรคเครียด เบาหวาน โรคหัวใจ ควรหลีกเลี่ยงการนั่งทำงานเป็นเวลานาน แนะนำว่าการหยุดพักทุกชั่วโมง แม้เพียง 10 นาทีก็จะดีต่อสุขภาพมากทีเดียว คุณอาจใช้แอปพลิเคชันในโทรศัพท์มือถือตั้งเวลาเตือนให้หยุดพักออกไปเดินรอบ ๆ บ้าน มองวิวและต้นไม้สีเขียวมองออกไปในระยะไกลหรือจ้องมองต้นไม้สีเขียวให้ด้วยตาได้พักผ่อนจากแสงจ้าหน้าจอคอมพิวเตอร์ ลดอาการเกร็ง และช่วยให้น้ำหล่อเลี้ยงด้วยตามากขึ้น

ไม่ต้องสงสัยเลยว่าการทำงานที่บ้านให้ประโยชน์มากมาย สามารถสร้างสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงาน สำคัญว่าต้องวางแผนจัดสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมเป็นกุญแจสำคัญเพื่อสุขภาพที่ดีด้วย

ทำงานที่บ้านรวยได้ไม่ต้องง้อการเดินทาง

ทำงานที่บ้านก็มีรายได้และเงินเหลือเก็บ 2019

ปัจจุบัน การทำงานที่บ้านเป็นที่นิยมมาก เนื่องจากสามารถทำให้บริหารเวลาและค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันได้ดียิ่งขึ้น ทั้งนี้การทำงานยุคใหม่จะใช้ระบบอินเตอร์เน็ตและมือถือในการช่วยให้ธุรกิจเดินหน้าได้ในต้นทุนต่ำลงด้วย

ในบทความนี้ เราจึงมีตัวอย่างของการทำงานที่บ้านที่สามารถสร้างรายได้โดยที่ไม่ต้องรอการเดินทางมาฝากกัน ดังนี้

1. การรับจ้างพิมพ์งานและวิเคราะห์งานวิจัย เป็นสิ่งที่ทุกคนสามารถทำได้ เพราะคนส่วนใหญ่มีคอมพิวเตอร์หรือโน๊ตบุ้คที่ใช้พิมพ์งานได้อยู่แล้ว แม้จะพิมพ์สัมผัสไม่เป็น แต่การเรียนรู้ก็ไม่ได้ยากเกินไป ทั้งยังมีโปรแกรมที่ช่วยในการพิมพ์ต่าง ๆ อีกมากมาย

ในส่วนของการวิเคราะห์งานวิจัยที่ต้องใช้โปรแกรมพิเศษ เช่น spss ก็เป็นสิ่งที่สามารถซื้อหนังสือมาอ่านได้ หากมีความชื่นชอบในเรื่องการวิเคราะห์ในเชิงสถิติ ยังสามารถเขียนเป็นบทความวิเคราะห์ได้อีกต่อหนึ่งด้วย

2. การประดิษฐ์งานแบบแฮนด์เมด งานฝีมือยังเป็นที่นิยม เพราะเป็นสิ่งที่มีชิ้นเดียวในโลก ไม่มีซ้ำกัน เช่น การทำพวงกุญแจ เสื้อ กระเป๋า ฯลฯ ซึ่งสามารถสร้างรายได้อย่างต่อเนื่องหากมีไอเดียที่ทันสมัย เช่น การนำวัสดุรีไซเคิล ชิ้นส่วนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ที่ไม่ใช้แล้วมาตัดตกแต่งเป็นพวงกุญแจ

หลังทำเสร็จแล้วก็สามารถที่จะนำไปโพสต์ขายในอินเทอร์เน็ต เกิดรายได้เข้าสู่กระเป๋าได้อีกช่องทางหนึ่ง ในระยะแรกอาจจะต้องทำเป็นงานเสริมควบคู่กับงานประจำแต่หากติดตลาดหรือเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้ ก็จะทำให้มียอดจำหน่ายที่เพิ่มสูงขึ้นจนอาจจะเป็นรายได้หลักแทนงานประจำที่เคยทำ แต่ทำแบบอยู่ที่บ้านก็ได้

ตัวอย่างของการทำงานที่บ้านที่สามารถสร้างรายได้

3. การเป็นนักรีวิว หลายคนจะชอบออกจากบ้านเมื่อไปท่องเที่ยวหรือว่ารับประทานอาหารที่อร่อย ก็สามารถที่จะเก็บภาพถ่ายและข้อมูลที่น่าสนใจ แล้วนำมารีวิวเป็นบทความที่น่าอ่าน เป็นการเดินทางออกจากบ้านในแบบที่คุณพอใจ ไม่ต้องตื่นเช้า ออกจากบ้านตั้งแต่ 6 โมง เพื่อเข้างาน 8.00-17.00 น. ตามเวลาออฟฟิศแบบคนอื่น

บทความรีวิวที่เขียนสามารถขายให้แก่บริษัทที่ทำการตลาด หรือเปิดบล็อกขึ้นมาใหม่ในฐานะ Blogger ก็ได้ ดังที่เราเห็นตัวอย่างมากมาย ซึ่งการเป็นนักรีวิวสามารถมีรายได้จากการโฆษณา หรือมีผู้จ้างให้ช่วยเขียนรีวิวสินค้าในแบรนด์ต่าง ๆ ได้อีกมาก

จะเห็นได้ว่า การทำงานที่บ้านในปัจจุบัน มีความเปิดกว้างโดยเฉพาะผู้ที่อยากจะนำสิ่งที่อยู่รอบตัวมาสร้างรายได้ สามารถที่จะเรียนรู้ระบบอินเทอร์เน็ตและเทคนิคการขายออนไลน์ เพื่อนำมาเป็นช่องทางในการขายสินค้าและบริการที่ตนเองพอใจได้ โดยไม่จำเป็นจะต้องเดินทางไปทำงานให้เสียเวลาและค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น

ทำงานที่บ้านก็มีรายได้และเงินเหลือเก็บ 2019

ทำงานที่บ้านก็มีรายได้และเงินเหลือเก็บ 2019

ปัจจุบันการทำงานที่บ้านเป็นหนึ่งในช่องทางหารายได้ของคนรุ่นใหม่ ซึ่งอาจกลายเป็นรายได้หลักและเป็นแหล่งของเงินออมในระยะยาวได้ เนื่องจากมีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี เช่น คอมพิวเตอร์ ระบบอินเทอร์เน็ต ร่วมกับเทคโนโลยีสื่อสารที่มีความรวดเร็วมากกว่าในอดีต

ในบทความนี้ เราจึงได้รวบรวมงานที่สามารถทำได้จากที่บ้าน เพื่อให้ทุกท่านสามารถนำเป็นช่องทาง ในการหารายได้เพิ่ม ดังนี้

1. งานแฮนด์เมดแนวและตัดเย็บเสื้อผ้า ไม่ว่าจะเป็นงานแนวเย็บปักถักร้อย ตัดเย็บเสื้อผ้าสำหรับแม่และเด็ก ก็สามารถทำได้จากที่บ้านของคุณเอง เพียงแค่ลงทุนซื้อเครื่องจักรขนาดเล็กไว้ 1 เครื่อง ศึกษาการตัดเย็บเสื้อผ้าหรือแนวทางการทำงานประดิษฐ์ที่มีไอเดียเก๋ ๆ จากยูทูป หรือลงคอร์สเรียนเพิ่ม แล้วนำมาปรับใช้กับผลงานของคุณ ก็จะสามารถที่จะได้สินค้าแฮนด์เมดที่ขายได้ เป็นที่ถูกใจทั้งคนไทยและชาวต่างประเทศตลอดทั้งปี โดยสามารถที่จะสร้างช่องทางการขายได้ทั้งทาง Facebook และ Instagram

2. การทำอาหารกล่องขาย อุปกรณ์พื้นฐานใช้เพียงเตาปิกนิก หม้อและกระทะ สำหรับการทำอาหารแบบง่าย ๆ คุณก็สามารถมีรายได้เพิ่มได้แล้ว เนื่องจากปัจจุบันคนนิยมรับประทานอาหารคลีนหรืออาหารแนวสุขภาพมากยิ่งขึ้น การทำอาหารจึงไม่จำเป็นจะต้องเน้นความยุ่งยากหรือซับซ้อนในกระบวนการมาก เช่น สลัดผัก เปาะเปี๊ยะสด แซนด์วิช ฯลฯ โดยสามารถขายได้ทั้งผ่านทางกลุ่มใน Facebook หรือ สามารถที่จะเปิดเพจขายอาหารออนไลน์และใช้บริการแมสเซ็นเจอร์จัดส่งสินค้าก็ได้เช่นกัน เรียกได้ว่าคุณแทบไม่ต้องเดินทางไปไหนเลย เพียงแค่ทำอาหารจากในครัวที่บ้านเท่านั้น

3. การพิมพ์บทความขายทางอินเทอร์เน็ต เป็นช่องทางที่เหมาะสำหรับคนที่ชอบค้นคว้าอ่านหนังสือและนำมาเขียนในแนวทางของตัวเอง หรือเขียนเรื่องที่ตนเองมีประสบการณ์โดยตรง เช่น การท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ การใช้สินค้าเพื่อบำรุงความงาม การไปชิมอาหารตามร้านต่าง ๆ ฯลฯ คล้ายกับที่เห็นในการรีวิวผลิตภัณฑ์ในคลิป YouTube เพียงไม่ต้องอัดคลิปวีดีโอให้เสียเวลา ใช้วิธีการเขียนพิมพ์ลงในไฟล์แล้วอัพโหลดขึ้นในระบบอินเทอร์เน็ตก็สามารถที่จะเป็น Blogger มีรายได้ตลอดปี หรือจะนำบทความไปขายให้กับบริษัทเอกชนต่าง ๆ เพื่อนำไปประกอบการทำเว็บไซต์ SEO เพื่อกระตุ้นยอดขายให้แก่เว็บไซต์ของบริษัทนั้น ๆ ก็ได้

รวบรวมงานที่สามารถทำได้จากที่บ้าน

ตัวอย่างที่กล่าวมา เป็นการทำงานที่บ้านที่กำลังได้รับความนิยมสูง ขอเพียงเลือกงานที่ชอบ มีความสม่ำเสมอในการทำ มีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาต่อยอดงานให้ดีขึ้นไปเรื่อย ๆ ก็มั่นใจได้ว่าการทำงานที่บ้านจะทำให้คุณมีรายได้เพียงพอกับค่าใช้จ่าย และมีเงินเหลือเก็บไม่แตกต่างจากการทำงานในออฟฟิศ

ทำงานที่บ้านได้ง่าย ๆ ไม่เสียเงินลงทุน

ทำงานที่บ้านได้ง่าย ๆ ไม่เสียเงินลงทุน

เชื่อว่าเหล่ามนุษย์เงินเดือนหลายๆคน คงเบื่อเต็มทนกับชีวิตที่มีกรอบ ตื่นเช้า รีบแต่งตัว หากาแฟดื่มสักหน่อย แล้วรีบเข้าออฟฟิต ก้มหน้าก้มตาทำงาน รอเงินเดือนออก แถมพอเงินเดือนออกมาก็ไม่พอรายจ่ายอีก อยากจะหนีจากชีวิตมนุษย์เงินเดือนนี่เต็มทีแล้ว

ถ้าได้ลองหางานอื่นๆทำบ้าง งานที่ทำได้ที่บ้าน ทำงานที่ชอบ มีอิสระ มีความเป็นตัวเอง มีเวลามากขึ้นก็อาจจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่าในชีวิตก็เป็นไปได้

ลองมาดูดีกว่าว่าจะมีงานอะไรบ้างที่สามารถทำที่บ้านได้ ลองเริ่มจากงานง่ายๆที่มีความถนัด มีความสนใจดูก่อนก็ย่อมได้

1.งาน Hand Made

เป็นงานที่ค่อนข้างได้รับความนิยมมาก ใช้ความคิดสร้างสรรค์ผสมกับฝีมือที่มีอยู่แล้ว ทั้งยังได้ราคาดี เพราะเป็นงานที่ต้องใช้ความละเอียดอ่อน เช่น สมุดทำมือ หรือทำเครื่องประดับ เป็นต้น แถมยังสามารถจำหน่ายได้หลากหลายช่องทางอีกด้วย

2.งานฝีมือ

เป็นงานง่ายๆไม่ยุ่งยาก ไม่ใช้เวลานาน และยังมีหลายรูปแบบให้เลือกสรรค์ เช่น พับถุงกระดาษ แพ็คยางรัดผม ประดิษฐ์ดอกไม้จันทร์ เป็นต้น แต่ละงานจะได้ราคาที่แตกต่างกันออกไปแล้วแต่ความยากง่ายของตัวงาน

3.งานพิมพ์เอกสาร

หากคุณมีคอมพิวเตอร์ เครื่องปริ้น และความสามารถในการใช้โปรแกรมต่างๆพิมพ์งานอยู่แล้ว คุณก็สามารถรับงานมาพิมพ์ที่บ้านได้เลย

4.งานเขียนบทความ

ถ้าคุณมีความสามารถในด้านการเขียน คุณสามารถเขียนบทความออนไลน์ต่างๆขายได้ โดยจะต้องเขียนให้สนุก น่าอ่าน น่าติดตาม เขียนตามความชอบ หากเราชอบด้านกีฬา จะรับงานเขียนทีเด็ดบอล ผลบอลสดภาษาไทย วิธีการเล่นกีฬาชนิดต่างๆ และราคาจะขึ้นอยู่กับความยาวของบทความและความสามารถของเราเองด้วย

5.งานแปลภาษา

งานนี้จำเป็นต้องใช้ความสามารถในภาษาที่3 ที่4 คุณจะต้องมีความชำนาญด้านภาษาอย่างมาก งานแปลหนังสือ หรือเอกสารต่างๆ เป็นงานที่ได้ค่าตอบแทนค่อนข้างสูงเลยล่ะ

6.งานทำ Content ให้ร้านค้า

เพียงแค่มีความรู้ทางการตลาดสักนิดผสมกับความเข้าใจพฤติกรรมของผู้บริโภคสักหน่อย คุณก็สามารถคิดคอนเทนต์ที่น่าสนใจ ดึงดูดลูกค้า อาชีพนี้ก็น่าสนใจทีเดียว

7.งานออกแบบกราฟฟิก

งานสไตล์ Artwork สำหรับคนที่มีความคิดสร้างสรรค์บวกกับความสามารถในการทำกราฟฟิก ถ้าคุณมีฝีมือดีพอ สร้างงานได้ถูกใจลูกค้า งานนี้ก็สามารถทำเงินให้ได้ดีเลยล่ะนะ

8.งานวาดสติ๊กเกอร์ไลน์

สำหรับแอพพลิเคชั่นติดต่อสื่อสารที่เป็นที่นิยมอย่าง Line แล้วนั้น การวาดสติ๊กเกอร์ไลน์ขายก็ยังทำเงินได้เรื่อยๆ จึงเป็นอาชีพที่น่าสนใจมากพอสมควร

9.งานรับดูแลเพจในสื่อโซเชี่ยล

ถ้าคุณชื่นชอบสังคมบนโลกโชเชี่ยล ทันทุกข่าวทุกกระแส งานดูแลเพจในโลกออนไลน์น่าจะทำให้คุณสนใจได้บ้าง แต่คุณจะต้องมีความรับผิดชอบและตรงต่อเวลาด้วยนะ

10.งานขายของออนไลน์

เรียกได้ว่าเป็นงานยอดฮิตอีกงานในปัจจุบันเลยทีเดียว เพียงแค่หาสินค้า ถ่ายรูปสวยๆ แล้วโพสต์ลงบนสื่อโซเชี่ยล แค่นี้ก็สามารถทำเงินให้คุณได้แล้วล่ะ

11.งานรับทำขนมในวันสำคัญ

ถ้ามีความสามารถในการทำขนมอยู่แล้วล่ะก็ งานนี้เหมาะมากทีเดียว เช่น เค้กวันต่างๆ ขนมในงานมงคล เป็นต้น อาจจะเรียกงานโดยการทำป้ายโฆษณาแปะหน้าบ้าน หรือจะประกาศลงบนสื่อโซเชี่ยล

12.รับงานโหลจากโรงงาน

การจะรับงานจากโรงงานมาทำที่บ้านนั้นสิ่งสำคัญคือคุณต้องมีความรับผิดชอบ ตรงต่อเวลา ต้องทำให้งานเสียหายน้อยที่สุดหรือไม่มีเลยยิ่งดี

การทำงานที่บ้านทำให้คุณมีอิสระมากขึ้นก็จริง แต่บางงานอาจจะไม่ได้รายได้เท่าที่คุณต้องการ
อย่างไรก็ตามก็ควรเลือกงานที่เหมาะสมกับตัวคุณเอง ทำแล้วมันใช่ ทำแล้วมีความสุข

อาจเริ่มจากการทำเป็นงานพิเศษในช่วงเวลาว่างก่อน แล้วค่อยขยับขยายไปเรื่อยๆ เป็นกำลังใจให้ทุกคนนะคะ

ทำงานที่บ้านได้ง่าย ๆ ไม่เสียเงิน

5 งานพิเศษเกี่ยวกับสื่อ Social รายได้ดีอยู่บ้านก็ทำได้

5 งานพิเศษเกี่ยวกับสื่อ Social รายได้ดีอยู่บ้าน

1. ขายของออนไลน์

ถือเป็นงานสุดฮิตที่ใคร ๆ ก็นิยมทำกัน ถ้าใครมีประสบการณ์ในการเป็นแม่ค้า พ่อค้ามาก่อน งานนี้ก็เป็นเรื่องหมู ๆ ไปเลยทีเดียว และในการขายของออนไลน์ก็ไม่ยุ่งยากเลยแค่มีคอมพิวเตอร์ หรือสมาร์ทโฟน ก็สามารถทำการขายได้

2. รับดูแลเพจที่ขายสินค้า

ถ้าคิดว่าตัวเองถนัดทางด้านออนไลน์ และใช้เวลาส่วนมากอยู่กับโซเชี่ยล มีความชื่นชอบการพูดคุยสนทนากับผู้คน กผ้สามารถรับงานดูแลเพจได้อย่างสบาย ไม่ว่าจะเป็นใน Facebook หรือ IG ก็ถือว่าเลิศไม่แพ้กัน ไม่ต้องเสียเงินลงทุนซักบาท ขอแค่มีความรับผิดชอบ และตรงต่อเวลา เท่านี้ก็จะได้มีรายได้พิเศษที่ทำอยู่ที่บ้านได้สบาย ๆ

3. รับงานออกแบบกราฟฟิก

เป็นงานพิเศษที่เน้นใช้ความสามารถและใช้ความคิดสร้างสรรค์ สำหรับใครที่อยากโชว์ฝีมือ ก็สามารถรับงานฟรีแลนซ์ออกแบบกราฟฟิกได้ เหมาะกับนักศึกษาไว้ทำหลังเลิกเรียนได้ ถ้ามั่นใจในฝีมือของตัวเอง รับรองว่าต้องมีลูกค้าแน่นอน ถ้าผลงานดีรายได้จากงานพิเศษอาจจะมากกว่างานประจำก็ได้

4. รับงานพิมพ์เอกสาร

การรับพิมพ์เอกสารเป็นงานพิเศษที่สามารถสร้างรายได้ได้เยอะมาก ใครมีความสามารถด้านการพิมพ์ที่รวดเร็ว และมีความแม่นยำ และมีความถนัดโปรแกรม Microsoft Words , Excel , Powerpoint และโปรแกรมต่างที่ใช้ในสำนักงานหรือที่เกี่ยวข้องกับการพิมพ์ ถ้าคิดว่าถนัดในทางด้านเอกสาร ด้านการพิมพ์ ก็สามารถลองทำดูได้

5. เขียนบทความ หรือแปลภาษา

ถ้าหากชื่นชอบบทความ หรือเป็นคนชอบอ่าน การเขียนบทความก็เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ดีเลยทีเดียว และค่าตอบแทนดีมาก สามารถทำเวลาว่างได้ และยิ่งมีความรู้และทักษะในการแปลภาษาก็สามารถเพิ่มมูลค่าให้กับความสามารถของตัวเองได้อีกด้วย

5 งานพิเศษเกี่ยวกับสื่อ Social รายได้ดีอยู่บ้านก็ทำได้

ทำงานที่บ้านอย่างไรให้มีประสิทธิภาพดี

ทำงานที่บ้านอย่างไรให้มีประสิทธิภาพดี

การทำงานที่บ้านเป็นความใฝ่ฝันของหลายคนที่อยากมีอิสระในการใช้เวลาและประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง แต่การทำงานโดยไม่มีหัวหน้าควบคุมก็อาจจะเป็นปัญหาสำหรับหลาย ๆ คนที่ไม่สามารถบริหารจัดการชีวิตได้อย่างเหมาะ ในวันนี้เราจึงได้รวบรวมเทคนิคการทำงานจากที่บ้านให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น มาฝากกัน ดังนี้

ทำตารางงานที่ชัดเจนในแต่ละวัน

หากเป็นการทำงานในออฟฟิศก็ต้องมีช่วงเวลาทำงานตั้งแต่ 8 โมงเช้าถึง 5 โมงเย็น ส่วนการทำงานที่บ้าน หากเราไม่มีการกำหนดตารางงานและการจัดสรรเวลาที่ดี ก็จะทำให้มีความขี้เกียจได้

ดังนั้น การมีตารางงานซึ่งมีรายละเอียดระบุไว้ว่าช่วงเวลากี่โมงต้องทำงานอะไรบ้าง จะช่วยให้สามารถทำงานได้จำนวนชิ้นมากขึ้นและไม่มีปัญหาการหลงลืมงานของลูกค้าด้วย

จัดลำดับการทำงานอย่างเหมาะสม

นอกจากต้องรู้ว่าในแต่ละวันมีงานอะไรต้องทำแล้ว สิ่งที่สำคัญอีกข้อคือต้องลำดับให้ถูกต้องด้วย เช่น งานด่วนและสำคัญ ต้องทำเป็นอันดับแรกของวัน งานยากควรทำก่อน เพราะต้องใช้พลังงานและใช้ความสามารถสูง

แยกแยะเวลาทำงานกับเวลาส่วนตัว

ปัญหาที่พบกับการทำงานที่บ้าน คือ การที่หลายคนไม่สามารถจะแยกเวลางานออกจากเวลาส่วนตัวได้ ทำให้มีเรื่องจุกจิกรบกวนสมาธิตลอดเวลา ทำให้งานมีความผิดพลาดบ่อย วิธีการแก้ไข คือ ต้องปิดเสียงเครื่องมือสื่อสาร ทำงานในห้องเงียบ ไม่มีสัตว์เลี้ยงรบกวน ฯลฯ จะทำให้งานสำเร็จได้ไว และมีการแก้ไขน้อยลง

ทำสิ่งแวดล้อมให้เหมาะสมกับการทำงาน

การทำงานที่บ้าน ควรเริ่มหลังจากการทำกิจวัตรประจำวันเรียบร้อย ทั้งการรับประทานอาหารเช้า อาบน้ำ ฯลฯ แล้วจึงเริ่มทำงานที่โต๊ะทำงานอย่างเป็นระเบียบ ไม่ควรทำงานบนเตียงนอน เพราะจะทำให้มีความขี้เกียจและทำให้ท่าทางในการทำงานไม่ถูกต้องตามหลักการแพทย์ อันทำให้เกิดอาการปวดคอและหลังเร็วกว่าปกติ

แนะนำว่าให้จัดโต๊ะทำงานในตำแหน่งที่มีแสงสว่างเพียงพอและมีอากาศถ่ายเทดี จะช่วยให้มีการทำงานมีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น

มีช่วงเวลาผ่อนคลาย

การพักสมองและผ่อนคลายอิริยาบถเป็นสิ่งที่จำเป็นเพราะประสิทธิภาพงานจะลดลงตามความอ่อนเพลียได้ ทั้งนี้ควรแบ่งเวลาในแต่ละวันเพื่อการออกกำลังกายสม่ำเสมอ ไม่ควรรับงานอย่างหักโหม เพราะหากมีความเจ็บป่วยเกิดขึ้นก็จะทำให้งานทุกอย่างหยุดชะงักลงไปด้วย

จะเห็นได้ว่าการทำงานที่บ้านจะต้องมีการบริหารจัดการและวางแผนชีวิตในแต่ละวันให้มีความเป็นระเบียบ และเลือกพื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับการทำงานเป็นสัดเป็นส่วนด้วย จึงจะทำให้ประสิทธิภาพของงานดียิ่งขึ้น

ทำงานที่บ้านอย่างไรให้มีประสิทธิภาพ

ข้อดีของการทำงานที่บ้าน ที่ดึงดูดใจคนรุ่นใหม่

ข้อดีของการทำงานที่บ้าน ที่ดึงดูดใจคนรุ่นใหม่

การทำงานที่บ้านเป็นหนึ่งในไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ไปเสียแล้ว ดูจากสถิติการจ้างงานที่มีคนจำนวนมากสนใจที่จะรับงานประเภทนำมาทำเองที่บ้านมากกว่าการทำงานประจำภายในออฟฟิศอย่างแต่ก่อน เรามาดูกันว่าการทำงานที่บ้านมีข้อดีอย่างไร จึงจะดึงดูดใจคนรุ่นใหม่ได้

ไม่ต้องเสียเวลา และค่าน้ำมันเชื้อเพลิงไปกับการจราจรที่ติดขัด

จะเห็นได้ชัดเจนว่าคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะใน กทม. มีความนิยมรับงานมาทำที่บ้าน หรือเลือกบริหารงานที่ใดก็ได้ เช่น ในร้านกาแฟ และขณะไปท่องเที่ยว แล้วส่งงานทางออนไลน์ เรียกได้ว่าเป็นงานที่ไม่ต้องเสียเวลาไปกับช่วงเวลาการจราจรติดขัดทั้งเช้าและเย็น ซึ่งทำให้ต้องสูญเงินไปกับค่าน้ำมัน ค่าแก๊ส โดยไม่จำเป็น ทั้งยังมีเวลาในการไปคิดสร้างรายได้ในรูปแบบอื่น ๆ ได้อีกมากด้วย

ไม่มีกติกาการแต่งกาย ใช้ไลฟ์สไตล์ที่ชอบได้เต็มที่อย่างอิสระ

คนรุ่นใหม่มีความต้องการเป็นเอกลักษณ์มีความแตกต่างในการใช้ไลฟ์สไตล์ที่ตัวเองชื่นชอบได้ จะแสดงออกในการแต่งกาย การทำสีผม การสักลายตามที่ต่าง ๆ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะไม่สอดคล้องกับมาตรฐานในการรับเข้าทำงานขององค์กรส่วนใหญ่ โดยเฉพาะภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือแม้แต่บริษัทเอกชนที่ต้องการสร้างภาพลักษณ์ที่น่าเชื่อถือให้แก่แบรนด์

การทำงานที่บ้าน สำหรับงานที่เน้นเรื่องฝีมือ ความสามารถ รวมถึงความคิดสร้างสรรค์ที่ไม่เหมือนใครจึงเป็นโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้แสดงออก ถึงความเป็นตัวตนที่ทำให้ความคิดโลดแล่นได้ดีขึ้น และสามารถทำงานอย่างมีความสุขทุกวัน

ข้อดีการทำงานที่บ้าน ที่ดึงดูดใจคนรุ่นใหม่

บริหารจัดการเวลาเองได้ทั้งกลางวันและกลางคืน

การทำงานของคนรุ่นใหม่จะมีการกินนอนไม่เป็นเวลา ขึ้นกับลักษณะงานและการใช้วิถีประจำวัน โดยเฉพาะงานแนวศิลป์ที่ต้องใช้อารมณ์ในการคิดและมีจินตนาการเป็นองค์ประกอบสำคัญในการสร้างผลงานใด ๆ หากจะให้คิดและทำชิ้นงานตามเวลา 8 โมงเช้าจนถึง 5 โมงเย็น เป็นเรื่องที่ไม่สัมพันธ์กันกับธรรมชาติของกลุ่มงาน creative จึงไม่น่าแปลกใจที่คนรุ่นใหม่เลือกที่จะทำงานที่บ้านที่ให้ความเป็นอิสระในการคิด และวางแผนจัดสรรเวลาของตัวเองให้ดีที่สุด โดยไม่รู้สึกว่าต้องอยู่บนบรรทัดฐานขององค์กรใด

คงจะเห็นแล้ว ว่าการทำงานที่บ้านจึงมีข้อดีที่ตอบโจทย์แนวคิดและไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่มากเพียงใด จึงเป็นคำตอบที่ว่าทำไมการรับเข้าทำงาน หากเป็นงานที่ทำออนไลน์ หรือรับงานมาทำที่บ้านได้จะได้รับความนิยมมีผู้สมัครล้นหลาม ต่างจากการเปิดรับพนักงานที่ต้องเข้าออฟฟิศเป็นประจำวันจันทร์ถึงศุกร์ซึ่งเป็นลักษณะแนวงานแบบเดิม